ไฟแนนเชียลไทม์ส สื่อการเงินระดับโลก ระบุว่า ระหว่างเวลา 17.49 น. – 17.50 นาทีของวันที่ 23 มี.ค. ตามเวลาในไทย ปริมาณการซื้อขายน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ระดับประมาณ 580 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 1.89 หมื่นล้านบาท ส่วนบลูมเบิร์กประเมินว่า มีมูลค่าสูงถึง 650 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 2.12 หมื่นล้านบาท
โดยในระยะเวลาเพียง 2 นาที มีการซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส รวมอย่างน้อย 6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 7 แสนบาร์เรล ในช่วงเดียวกันของ 5 วันก่อนหน้า
จากนั้นในอีก 15 นาทีต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนโจมตีแหล่งพลีงงานอิหร่าน อ้างการเจรจาที่ดีมากกับเตหะราน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากกว่า 14%
นักลงทุนที่เดิมพันว่าราคาน้ำมันจะลดลงก่อนการประกาศดังกล่าว มีแนวโน้มว่าจะทำกำไรจากการกลับลำอย่างกะทันหันของทรัมป์ ทำให้นักวิเคราะห์บางรายตั้งคำถามว่า มีวงในได้ข้อมูลมาล่วงหน้าหรือไม่
ด้าน CNBC รายงานว่า ในทำนองเดียวกัน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ก็มีปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงกว่าปกติในช่วงเช้าวันที่ 23 มี.ค. ราว 15 นาที ก่อนโพสต์ของทรัมป์
กระแสคาดการณ์เรื่องการใช้ข้อมูลวงในยังลามไปถึง “ตลาดคาดการณ์อนาคต” ที่เปิดให้ผู้คนเดิมพันเหตุการณ์ระดับโลก
ด้าน CNN ระบุว่า มีนักเทรดรายหนึ่งทำกำไรราว 1 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 32 ล้านบาทจากการเดิมพันจำนวนมากบนแพลตฟอร์มโพลีมาร์เก็ต (Polymarket) ที่คาดการณ์เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประธานรัฐสภาอิหร่านที่มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการเจรจา ระบุว่า ไม่มีการเจรจาใด ๆ ระหว่าง 2 ประเทศและยืนยันว่า "ทรัมป์" กำลังพยายาม บิดเบือนตลาดการเงินและตลาดน้ำมัน