รายงานการประเมินใหม่จากสำนักงานทดสอบประจำกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ระบุว่า พบปัญหาหลายประการ ตั้งแต่เรื่องร้ายแรงจนถึงเรื่องทั่วไป บนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) ที่ถึงท่าเรือบนเกาะครีตของกรีซ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. หลังต้องถอนตัวออกจากตะวันออกกลางและภารกิจสู้รบกับอิหร่าน เนื่องจากเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ซักรีด ส่งผลให้ลูกเรือกว่า 200 นายต้องรักษาตัวจากการสูดควันพิษ
รายงานใหม่ระบุว่า หนึ่งในข้อกังวลสำคัญ คือ ยังไม่มีข้อมูลการทดสอบเพียงพอที่จะประเมินความเหมาะสมในการปฏิบัติการของเรือ รวมถึงความน่าเชื่อถือของระบบหลักหลายอย่าง เช่น ระบบปล่อยและรับเครื่องบิน ระบบเรดาห์ ขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่อเนื่องเมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตี และลิฟต์ขนอาวุธจากคลังขึ้นสู่ดาดฟ้าเรือ
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอในขณะนี้หลังผ่านไป 9 ปีตั้งแต่ส่งมอบเรือในการประเมินประสิทธิผลด้านการรบของเรือชั้นฟอร์ด เนื่องจากการทดสอบในสถานการณ์สมจริงยังไม่ครบถ้วน ซึ่งหมายความว่า ยังไม่ทราบชัดเจนว่า เรือฟอร์ดและเรือรุ่นเดียวกันที่ยังไม่ส่งมอบ จะสามารถตรวจจับ ติดตาม หรือสกัดกั้นเครื่องบินข้าศึก ขีปนาวุธต่อต้านเรือหรืออากาศยานโจมตีขนาดเล็ก รวมถึงระบบของเรือจะสามารถรับมือกับความกดดันในภาวะสงคราม เช่น การขึ้น – ลงของเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง ได้ดีเพียงใด
เรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าว ส่งมอบล่าช้ากว่ากำหนดหลายปีในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 และเป็นเรือรบที่มีราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 1.32 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.31 แสนล้านบาท ถูกส่งออกปฏิบัติภารกิจที่มีระยะเวลายาวนาน รวมถึง มีส่วนร่วมในปฏิบัติการที่เวเนซุเอลาและอิหร่าน ท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำสงคราม