เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ชาวอิสราเอลหลายร้อยคนรวมตัวกันในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ แสดงพลังต่อต้านการทำสงครามอิหร่านของอิสราเอล แต่การประท้วงดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ จึงเป็นเหตุให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่
การชุมนุมต่อต้านสงครามอิหร่านในอิสราเอลเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ แต่มีจำนวนผู้ชุมนุมเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่ล่าสุดกลับพบว่า จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงมีจำนวนน้อยกว่าการประท้วงต่อต้านสงครามกาซาในกรุงเทลอาวีฟเมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่อดีตสมาชิกรัฐสภาและองค์กรการเมืองฝ่ายซ้ายของอิสราเอลได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย
จากการรายงานของสำนักข่าว AFP ระบุว่า มีการเคลื่อนกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุม และมีการใช้กำลังต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในกรุงเทลอาวีฟ หนึ่งในผู้ชุมนุมนั้นถูกบีบคอ
ทางตำรวจอิสราเอลระบุว่า การชุมนุมในกรุงเทลอาวีฟผิดกฎหมาย เพราะภายใต้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินมีการสั่งห้ามมิให้มีการชุมนุมแต่อย่างใด และมีผู้ถูกจับกุมแล้ว 13 คน ขณะที่อีก 5 คนถูกควบคุมตัวจากการชุมนุมในเมืองไฮฟาจากการก่อจลาจลด้วยการปิดถนน และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่
ขณะที่ข้อเสนอแนะด้านความมั่นคงภายใต้สถานการณ์สงคราม การรวมกลุ่มมากกว่า 50 คนจะไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ทั้งนี้ จากการทำโพลของสถาบันประชาธิปไตยอิสราเอล ระหว่างวันที่ 9-11 มี.ค. พบว่า ชาวอิสราเอลที่เป็นชาวยิวกว่า 68% สนับสนุนการทำสงครามอิหร่านเต็มที่ และมีเพียง 1% เท่านั้นที่ต่อต้านการทำสงครามอย่างถึงที่สุด เทียบกับชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับมีเพียง 10% ที่สนับสนุนการทำสงครามอย่างเต็มที่ และมีผู้ต่อต้านการทำสงครามอย่างถึงที่สุด 44.5%
อย่างไรก็ตาม จำนวนของชาวอิสราเอลที่เป็นยิวที่สนับสนุนสงครามเริ่มลดลงจากเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ 74% เหลือเพียง 68% ในวันที่ 9-11 มี.ค. ที่ผ่านมา