เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจาอย่างจริงจังกับรัฐบาลใหม่เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ความคืบหน้าเป็นไปอย่างดีเยี่ยม แต่หากด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ววัน ซึ่งมีแนวโน้มสูง และหากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดให้สัญจรได้ทันที เราจะยุติ "การประจำการ" อันแสนสุขของเราในอิหร่าน ด้วยการระเบิดและทำลายโรงไฟฟ้า บ่อน้ำมัน และเกาะคาร์กทั้งหมด และอาจรวมถึงโรงงานผลิตน้ำจืดทั้งหมดด้วย! ซึ่งเราจงใจไม่ "แตะต้อง"
เขาเสริมว่า การกระทำนี้จะเป็นการแก้แค้นให้กับทหารของเราและคนอื่น ๆ อีกมากมายที่อิหร่านสังหารและฆ่าตายในช่วง 47 ปีแห่ง "การปกครองด้วยความหวาดกลัว" ของรัฐบาลเก่า
คำขู่ล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สก่อนหน้านี้ว่า อยากได้น้ำมันในอิหร่าน และอาจพิจารณาบุกยึดเกาะคาร์ก
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกกับผู้สื่อข่าวบินแอร์ฟอร์ซวัน อ้างว่า สามารถเปลี่ยนระบอบในอิหร่านได้แล้ว ผ่านปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอลซึ่งมีผู้นำหลายคนถูกสังหาร โดยเขากำลังคุยกับผู้นำอีกกลุ่ม ซึ่งมีเหตุผลมากกว่ากลุ่มที่เคยเจรจาด้วยมาก่อน พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่าอาจบรรลุข้อตกลงได้เร็ว ๆ นี้
ด้าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงย้ำจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า สงครามกับอิหร่านควรจะจบลงภายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
เมื่อถามว่า การขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนจะเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรมสงครามหรือไม่ เลวิตต์ตอบว่า กองทัพสหรัฐฯ จะดำเนินการภายใต้กฎหมายเสมอ อย่างไรก็ตาม โฆษกทำเนียบขาวเตือนอิหร่านว่า กองทัพสหรัฐฯ มีขีดความสามารถที่เกินกว่าอีกฝ่ายจะจินตนาการได้ และประธานาธิบดีก็ไม่กลัวที่จะใช้มัน
อิหร่านเผย โรงงานผลิตน้ำจืดบนเกาะเกชม์ใช้งานไม่ได้แล้ว
สำนักข่าว ISNA ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานโดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านว่า โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลบนเกาะเกชม์ (Qeshm) ของอิหร่านถูกโจมตีทางอากาศจนใช้งานไม่ได้แล้ว
หัวหน้าศูนย์สุขภาพสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย กระทรวงสาธารณสุขอิหร่าน กล่าวว่า “น้ำดื่มบนเกาะเกชม์มาจากโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล น่าเสียดายที่โรงงานผลิตน้ำจืดแห่งหนึ่งบนเกาะถูกโจมตีและใช้งานไม่ได้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากไม่สามารถซ่อมแซมได้ในระยะเวลาอันสั้น”
เกาะเกชม์ ซึ่งแยกจากแผ่นดินใหญ่ของอิหร่านโดยช่องแคบแคลเรนซ์ เป็นส่วนหนึ่งของ “แนวป้องกันหลัก” ของอิหร่านใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ
ประชากรประมาณ 100 ล้านคนในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมีน้ำจืดน้อย ต้องพึ่งพาโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเพื่อดื่มน้ำ ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่บาห์เรนกล่าวว่า โดรนของอิหร่านได้สร้างความเสียหายให้กับโรงงานผลิตน้ำจืดแห่งหนึ่ง แม้ว่าการโจมตีดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำประปา และเมื่อวันที่ 7 มี.ค. รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี อ้างว่าสหรัฐฯ ได้โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดแห่งเดียวกันบนเกาะเกชม์ของอิหร่าน แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการโจมตีครั้งนั้น
จีนยอมรับ มีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 3 ลำ
วันที่ 31 มี.ค. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เหมา หนิง กล่าวว่า เรือจีน 3 ลำเพิ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “โดยประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”
“เราขอขอบคุณความช่วยเหลือจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” เธอกล่าวโดยไม่เอ่ยชื่อฝ่ายเหล่านั้น
เธอย้ำคำเรียกร้องของจีนให้มีการหยุดยิงทันที โดยกล่าวว่าช่องแคบนี้เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้าสินค้าและพลังงาน
“ดาไลลามะ” เรียกร้องสันติภาพตะวันออกกลาง
วันที่ 31 มี.ค. เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา องค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบต ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง
ท่านระบุว่า “ข้าพเจ้าเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำเรียกร้องอันทรงพลังเพื่อสันติภาพของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 2 ในพิธีมิสซาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค. คำเรียกร้องให้วางอาวุธและละเว้นความรุนแรงนั้นดังก้องอยู่ในใจข้าพเจ้าอย่างลึกซึ้ง เพราะมันพูดถึงแก่นแท้ของคำสอนในศาสนาหลักทุกศาสนา”
“แท้จริงแล้ว ไม่ว่าเราจะมองไปที่ศาสนาคริสต์ พุทธศาสนา อิสลาม ฮินดู ยูดาย หรือประเพณีทางจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ใด ๆ ของโลก สาระสำคัญก็เหมือนกัน คือ ความรัก ความเมตตา ความอดทน และการควบคุมตนเอง ความรุนแรงไม่มีที่อยู่แท้จริงในคำสอนเหล่านี้ ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เราเห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าความรุนแรงก่อให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และไม่เคยเป็นรากฐานที่ยั่งยืนสำหรับสันติภาพ”
“การแก้ไขความขัดแย้งอย่างยั่งยืน รวมถึงความขัดแย้งที่เราเห็นในตะวันออกกลางหรือระหว่างรัสเซียและยูเครน ต้องมีรากฐานมาจากการเจรจา การทูต และความเคารพซึ่งกันและกัน โดยมีความเข้าใจว่าในระดับที่ลึกที่สุดแล้ว เราทุกคนเป็นพี่น้องกัน”
“ข้าพเจ้าขอวิงวอนและภาวนาให้ความรุนแรงและความขัดแย้งยุติลงโดยเร็ว”
เกาหลีใต้ประกาศงบฉุกเฉิน 26.2 ล้านล้านวอน บรรเทาผลกระทบสงครามอิหร่าน
วันที่ 31 มี.ค. รัฐบาลเกาหลีใต้เสนองบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 26.2 ล้านล้านวอน (ราว 5.6 แสนล้านบาท) ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง โดยจะรวมถึงการแจกเงินสดให้แก่ประชาชนประมาณ 70%
ข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรี มุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การรับมือกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การรักษาเสถียรภาพความเป็นอยู่ และการลดความเสียหายทางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งรักษาห่วงโซ่อุปทาน
พัค ฮง-กึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและงบประมาณเกาหลีใต้ กล่าวว่า “คลื่นวิกฤตครั้งใหญ่กำลังเข้าใกล้เศรษฐกิจของเราอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ อันเนื่องมาจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง”
รัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า ราคาน้ำมันที่สูงและภาวะเงินเฟ้อกำลังสร้างภาระหนักให้กับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและคนรุ่นใหม่
กระทรวงฯ ระบุว่า องค์ประกอบสำคัญของข้อเสนอนี้คือการให้เงินช่วยเหลือรวม 4.8 ล้านล้านวอน (ราว 1 แสนล้านบาท) แก่ผู้มีรายได้ต่ำสุด 70% ของประเทศ
ประชาชนประมาณ 35.8 ล้านคนจะได้รับเงินช่วยเหลือระหว่าง 100,000 ถึง 600,000 วอน (ราว 2,100 ถึง 13,000 บาท) ต่อคน โดยการจ่ายเงินจะแตกต่างกันไปตามระดับรายได้ ภูมิภาค และว่าผู้รับอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ประชากรลดลงหรือไม่
ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือมากที่สุดถึง 600,000 วอนต่อคน จะเป็นผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือด้านความมั่นคงในการดำรงชีพขั้นพื้นฐานที่อาศัยอยู่นอกเขตมหานครโซล
“ทรัมป์” โพสต์คลิประเบิด คาดเป็นการโจมตีอิหร่าน
วันที่ 31 มี.ค. เวลา 07.50 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์วิดีโอการระเบิดครั้งใหญ่โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ แต่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนอกเมืองอิสฟาฮาน ทางตอนกลางของอิหร่าน
กลุ่มสนับสนุนชาวบาลูช HalVash ได้เผยแพร่วิดีโอเดียวกันและวิดีโออื่น ๆ จากพื้นที่นอกเมืองอิสฟาฮาน ดาวเทียมติดตามไฟจาก NASA ชี้ให้เห็นว่า การระเบิดเกิดขึ้นใกล้กับภูเขาซอฟเฟห์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่มีฐานทัพทหาร
วิดีโอแสดงให้เห็นลูกไฟขนาดใหญ่และการระเบิดตามมาเป็นระลอก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการที่กระสุนปืนลุกไหม้
อิหร่านยังไม่ได้ออกมายืนยันการโจมตีอย่างเป็นทางการ
อิสฟาฮานเป็นที่ตั้งของ 1 ใน 3 โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านและอิสราเอลในเดือนมิถุนายน เชื่อกันว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านส่วนหนึ่งถูกฝังอยู่ที่นั่น ซึ่งสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีว่าอาจเข้ายึดครองด้วยกำลังภาคพื้นดิน
“ทรัมป์” แย้ม พร้อมยุติปฏิบัติการทหารในอิหร่าน แม้ยังเปิดฮอร์มุซไม่ได้
สื่อ The Wall Street Journal รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับผู้ช่วยของเขาว่า เขาพร้อมที่จะยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดอยู่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งน่าจะทำให้อิหร่านยังคงควบคุมเส้นทางน้ำนี้อย่างแน่นแฟ้น และปล่อยให้ปฏิบัติการที่ซับซ้อนเพื่อเปิดช่องแคบอีกครั้งเป็นเรื่องในภายหลัง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์และผู้ช่วยของเขาประเมินว่า ภารกิจในการเปิดช่องแคบจะผลักดันความขัดแย้งออกไปเกินกว่ากรอบเวลา 4-6 สัปดาห์
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ทรัมป์ตัดสินใจว่า สหรัฐฯ ควรบรรลุเป้าหมายหลักในการบั่นทอนกองทัพเรือและคลังขีปนาวุธของอิหร่าน และยุติการสู้รบในปัจจุบันไปพร้อม ๆ กับการกดดันเตหะรานทางการทูตให้กลับมาเปิดการค้าเสรี หากล้มเหลว วอชิงตันจะกดดันพันธมิตรในยุโรปและอ่าวเปอร์เซียให้เป็นผู้นำในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมีทางเลือกทางทหารที่ประธานาธิบดีอาจตัดสินใจ แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับแรกในขณะนี้ เจ้าหน้าที่กล่าวเสริม
สหรัฐฯ ปฏิเสธปม “เฮกเซธ” ลงทุนบริษัทกองทัพก่อนเริ่มสงครามอิหร่าน
โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อรายงานในหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สที่ระบุว่า นายหน้าของ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พยายามที่จะลงทุนครั้งใหญ่ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกองทัพในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนเกิดสงครามกับอิหร่าน
ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า “ทั้งรัฐมนตรีเฮกเซธและตัวแทนของเขาไม่ได้ติดต่อแบล็คร็อคเกี่ยวกับการลงทุนดังกล่าว นี่เป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่ไร้มูลความจริงและไม่ซื่อสัตย์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจผิด” พร้อมเรียกร้องให้ถอนคำกล่าวอ้างดังกล่าวโดยทันที
เรือบรรทุกน้ำมันคูเวตที่ท่าเรือดูไบถูกโดรนอิหร่านโจมตี
วันที่ 31 มี.ค. คูเวตกล่าวว่า อิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ลำหนึ่งของตนที่จอดอยู่ที่ท่าเรือดูไบ
บริษัทปิโตรเลียมแห่งคูเวตอธิบายเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "การโจมตีทางอากาศที่โหดร้ายของอิหร่าน" และรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน "อัล ซัลมี" ได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยขณะเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันเต็มลำ ซึ่งทำให้เกิดไฟไหม้บนเรือ
ทางการดูไบกล่าวว่า การโจมตีเกี่ยวข้องกับโดรน และกำลังดำเนินการดับเพลิงอยู่
ลูกเรือทั้ง 24 คนปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ
ในเบื้องต้น คูเวตเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรั่วไหลของน้ำมันหลังจากการโจมตี แต่หน่วยงานตรวจสอบทางทะเลของอังกฤษกล่าวว่า "ไม่มีรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม"
นอกจากนี้ กองทัพคูเวตกล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังตอบโต้ศัตรูที่โจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน
รัฐสภาอิหร่านอนุมัติแผนเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 31 มี.ค. สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นเครือข่ายของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) รายงานว่า คณะกรรมการรัฐสภาในอิหร่านได้อนุมัติแผนการเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
รายงานระบุว่า สมาชิกของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติได้ยืนยันการอนุมัติแผนดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้เรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลถูกห้ามไม่ให้ผ่านช่องแคบด้วย
นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังระบุว่า ประเทศอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมในการคว่ำบาตรอิหร่านก็จะถูกห้ามเช่นกัน
สำนักข่าว AFP รายงานว่า ระบบเก็บค่าธรรมเนียมใหม่นี้ได้รับการประกาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งระบุว่าอิหร่านจะดำเนินการร่วมกับโอมาน
สเปนห้ามเครื่องบินสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่านบินผ่านน่านฟ้า
หนังสือพิมพ์เอลปาอิสของสเปนรายงานว่า รัฐบาลสเปนได้เพิ่มความเข้มข้นในการต่อต้านสงครามอิหร่าน โดยประกาศปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีผ่านเข้ามา ซึ่งเป็นการเน้นย้ำจุดยืนของสเปนในฐานะผู้นำในการวิพากษ์วิจารณ์ความขัดแย้งนี้
การเคลื่อนไหวนี้ได้รับการยืนยันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสเปนเมื่อวันที่ 30 มี.ค. เกิดขึ้นหลังจากที่สเปนไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพร่วมในประเทศเพื่อปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสงครามได้
มาร์การิตา โรเบิลส์ รมว.กลาโหมสเปน กล่าวว่า “เราไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพหรือน่านฟ้าสำหรับปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสงครามในอิหร่าน ดิฉันคิดว่าทุกคนรู้จุดยืนของสเปน มันชัดเจนมาก ... สงครามนี้ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงและไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง”
การปิดน่านฟ้าจะบังคับให้เครื่องบินทหาร รวมถึงเครื่องบินที่ประจำการอยู่ในสอังกฤษและที่อื่น ๆ ในยุโรป ต้องเลี่ยงสเปนเพื่อไปยังเป้าหมายในตะวันออกกลาง ยกเว้นในกรณีฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. เมื่อถูกถามว่าการจำกัดการปิดกั้นน่านฟ้าอาจทำให้ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสเปนกับสหรัฐฯ แย่ลงหรือไม่ คาร์ลอส คูเออร์โป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจสเปน กล่าวว่า “การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจของรัฐบาลสเปนที่จะไม่เข้าร่วมหรือสนับสนุนสงครามที่เริ่มต้นขึ้นฝ่ายเดียวและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ”
เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ของจีนแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อมูลการติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า เรือบรรทุกสินค้าของจีน 2 ลำได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในการพยายามครั้งที่ 2 เพื่อออกจากอ่าวเปอร์เซีย หลังจากที่วกกลับไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค.
ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม MarineTraffic แสดงให้เห็นว่า เรือทั้งสองลำแล่นเป็นขบวนใกล้ชิดกันออกจากเส้นทางน้ำที่สำคัญและเข้าสู่น่านน้ำเปิดในวันที่ 30 มี.ค.
รีเบกกา เกอร์เดส นักวิเคราะห์ข้อมูลจาก Kpler ซึ่งเป็นเจ้าของ MarineTraffic กล่าวว่า “เรือทั้งสองลำข้ามช่องแคบได้สำเร็จในการพยายามครั้งที่สองในวันนี้ นับเป็นเรือบรรทุกสินค้าลำแรกที่ออกจากอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ยกเว้นเรือที่ติดธงอิหร่าน”
รอยเตอร์ยังอ้างคำพูดของเธอว่า “ขณะนี้เรือทั้งสองลำกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าไปยังอ่าวโอมาน”
เว็บไซต์ข่าวการขนส่งทางทะเล Lloyd’s List รายงานว่า การผ่านของเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ 2 ลำของบริษัท Cosco Shipping บ่งชี้ถึงความก้าวหน้าทางการทูตระหว่างปักกิ่งและเตหะราน เนื่องจากอิหร่านกำลังขยายรายชื่อประเทศที่ได้รับอนุมัติให้ขนส่งสินค้าได้มากขึ้น
“ทรัมป์” เล็งขอชาติอาหรับช่วยออกค่าใช้จ่ายการทำสงครามอิหร่าน
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะขอให้ประเทศอาหรับช่วยออกค่าใช้จ่ายในการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งคาดการณ์ว่ามีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ถูกถามว่า ประเทศอาหรับควรจ่ายค่าใช้จ่ายในสงครามหรือไม่ เช่นเดียวกับที่พันธมิตรของสหรัฐฯ ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการแทรกแซงของวอชิงตันในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1990
เลวิตต์ตอบว่า “ฉันคิดว่าประธานาธิบดีสนใจที่จะขอให้พวกเขาร่วมมือด้วย ฉันจะไม่พูดล่วงหน้า แต่แน่นอนว่าฉันรู้ว่าเขามีความคิดนี้ และฉันคิดว่าคุณจะได้ยินเรื่องนี้จากเขามากขึ้น”
ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐฯ เป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรที่ประกอบด้วยหลายสิบประเทศ เพื่อต่อต้านการรุกรานคูเวตของอิรักตามคำขอของประเทศนั้นและประเทศเพื่อนบ้านอาหรับหลายประเทศ
ในเวลานั้น ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและสมาชิกพันธมิตร รวมถึงเยอรมนีและญี่ปุ่น ได้ระดมทุน 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่ากับ 1.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน หรือกว่า 4.4 ล้านล้านบาท) เพื่อช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในการทำสงครามของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ทำสงครามกับอิหร่านฝ่ายเดียวโดยไม่ดึงพันธมิตรและประเทศในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง
“เนทันยาฮู” ไม่ขอกำหนดกรอบเวลายุติสงครามอิหร่าน
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Newsmax ของสหรัฐฯ ว่า เขาไม่ต้องการที่จะกำหนดตารางเวลาว่าสงครามกับอิหร่านน่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
ขณะที่สำนักข่าว AFP รายงานเพิ่มเติมว่า ผู้นำอิสราเอลเชื่อว่าขณะนี้สงครามได้ดำเนินมาเกินครึ่งทางแล้ว และท้ายที่สุดสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะล่มสลายลงจากภายใน
รมว.คลังสหรัฐฯ คาดช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดเร็ว ๆ นี้
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกในขณะนี้ยังมีอุปทานเพียงพอ และเริ่มมีเรือเดินทางผ่านช่องคาบฮอร์มุซได้มากขึ้น
เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ว่า ตลาดน้ำมันโลกเผชิญกับการขาดดุลประมาณ 10 ถึง 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งรัฐบาลกําลังดำเนินการชดเชยส่วนที่ขาดหายไป โดยการปล่อยน้ำมันสํารองยุทธศาสตร์ที่ประสานงานโดยหน่วยงานพลังงานระหว่างประเทศ มีส่วนช่วยประมาณ 4 ล้านบาร์เรลต่อวันในการเติมช่องว่างนั้น
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า เมื่อเวลาผ่านไป สหรัฐฯ จะกลับมาควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และจะมีเสรีภาพในการเดินเรือ ไม่ว่าจะผ่านการคุ้มกันของสหรัฐฯ หรือการคุ้มกันจากหลายประเทศ
“ตลาดมีอุปทานเพียงพอ และเรากำลังเห็นเรือจำนวนมากขึ้นเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในแต่ละวัน เนื่องจากหลายประเทศเริ่มทำข้อตกลงกับอิหร่านในขณะนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สหรัฐฯ จะกลับมาควบคุมช่องแคบนี้ ... อุปทานส่วนใดก็ตามล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น และเราต้องการกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว” เบสเซนต์กล่าว
หลายประเทศงัดมาตรการขั้นเด็ดขาดรับมือวิกฤตพลังงาน
หลายประเทศกำลังเริ่มใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง
โปแลนด์เป็นประเทศล่าสุดต่อจากเกาหลีใต้ โครเอเชีย และฮังการี ที่ประกาศมาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 30 มี.ค.
ส่วนจอร์แดน นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งบังคับใช้มาตรการอนุรักษ์พลังงานหลายมาตรการ เช่น ห้ามใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อนในหน่วยงานรัฐและสถาบันสาธารณะ ห้ามใช้รถยนต์ของทางราชการ ยกเว้นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเท่านั้น และระงับการเดินทางไปต่างประเทศของคณะผู้แทนภาครัฐทั้งหมด
ขณะที่อิตาลี ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ ได้ประกาศปรับลดภาษีสรรสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อดึงราคาน้ำมันลง
ผู้นำยูเครนเผยหลายชาติพันธมิตรขอให้ลดโจมตีพลังงานรัสเซีย
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า พันธมิตรบางประเทศของยูเครนได้ร้องขอให้ยูเครนลดระดับการโจมตีสถานที่ด้านพลังงานของรัสเซีย เนื่องจากราคาน้ำมันทั่วโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เซเลนสกีไม่ได้ระบุว่าประเทศไหนเป็นผู้ส่งคำขอดังกล่าว แต่เขาก็ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่ายูเครนไม่น่าจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องนั้น
ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนย้ำว่า หากรัสเซียพร้อมที่จะหยุดโจมตีภาคพลังงานของยูเครน ยูเครนก็จะไม่ตอบโต้โดยโจมตีภาคพลังงานของรัสเซียเช่นกัน พร้อมเสริมว่ายูเครนพร้อมสำหรับการตกลงหยุดยิงในทุกรูปแบบ
หลายเดือนที่ผ่านมา รัสเซียได้สร้างความหวาดกลัวในเมืองต่าง ๆ ทั่วยูเครนด้วยการทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าขนานใหญ่ ส่งผลให้พลเรือนหลายล้านคนต้องขาดแคลนไฟฟ้าและความร้อนในช่วงฤดูหนาวที่หนาวเย็นผิดปกติ
ขณะที่ยูเครนก็ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียมาตั้งแต่เริ่มสงครามในตะวันออกกลาง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้รัสเซียฉวยโอกาสทำกำไรจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว โดรนของยูเครนได้เข้าโจมตีโรงกลั่นและสถานีส่งออกน้ำมันของรัสเซียไปแล้วหลายแห่ง
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian