สื่อแห่งรัฐของอิหร่านที่อ้างว่าเตหะรานยิงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานใส่เครื่องบินโจมตี A-10C Thunderbolt II ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เหนือน่านฟ้าทางตอนใต้ของประเทศ ก่อนที่อากาศยานลำดังกล่าวจะตกลงในอ่าวเปอร์เซีย นอกชายฝั่งของคูเวต ขณะที่นักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้และได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจอิหร่านยิงปืนไรเฟิลอัตโนมัติใส่เฮลิคอปเตอร์รุ่นแบล็อกฮอว์ก (Blackhawk) ของกองทัพสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ
ขณะบินอยู่ในระดับต่ำเหนือน่านฟ้าทางตอนใต้ของอิหร่าน เพื่อค้นหานักบินของเครื่องบิน F-15E Strike Eagle ที่ถูกเตหะรานยิงตก เมื่อวานนี้(3 เมษายน 2569)เฮลิคอปเตอร์ทั้ง 2 ลำสามารถบินออกจากน่านฟ้าของอิหร่านได้สำเร็จ แต่มีรายงานลูกเรือบนเฮลิคอปเตอร์ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากภารกิจการค้นหาและกู้ภัยในการรบ (CSAR) หลังเครื่องบินขับไล่รุ่น F-15 ถูกอิหร่านยิงตก ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวานนี้ โดยในตอนนี้สามารถให้การช่วยเหลือนักบินได้แล้ว 1 นาย แต่ยังมีลูกเรืออีก 1 นาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระบบอาวุธยังสูญหายไม่ทราบชะตากรรม
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดโคฮ์กีลูเยและบูเยแรฮ์แมด (Kohgiluyeh and Boyer-Ahmad ) ที่อยู่ติดกับจังหวัดคูเซสถาน ทางตอนใต้ของอิหร่าน ได้ประกาศตั้งค่าหัวลูกเรือของเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตก โดยระบุว่า การจับตัวลูกเรือสหรัฐฯ แบบยังมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งสำคัญ
สื่ออิหร่านระบุว่า มีการตั้ง เงินรางวัล 1 หมื่นล้านโทมันหรือกว่า 2.1 ล้านบาท สำหรับการจับกุมผู้บุกรุกหากได้รับการยืนยัน เหตุการณ์นี้จะถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ถูกอิหร่านยิงตก ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์เครื่องบิน F-15 มีราคาประมาณ 100 ล้านดอลลาร์หรือราว 3,270 ล้านบาท โดยติดตั้งระบบเรดาร์ที่สามารถตรวจจับเป้าหมายภาคพื้นดินจากระยะไกล และถูกออกแบบให้ทำภารกิจทั้งการรบอากาศสู่อากาศและการโจมตีอากาศสู่พื้นดิน
เหตุการณ์อากาศยานของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตกเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวย้ำหลายครั้งว่า สหรัฐฯ ใกล้จะชนะสงครามกับอิหร่านและให้คำมั่นว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2 - 3 สัปดาห์ข้างหน้า หาก "เตหะราน" ไม่ยอมรับเงื่อนไขของการเจรจาหยุดยิง แม้สหรัฐฯ จะอ้างว่ากองทัพถล่มทำลายเป้าหมายของอิหร่านมากกว่า 12,300 จุด รวมถึง เรือรบ ฐานทัพ เครื่องยิงขีปนาวุธ โรงงานผลิตอาวุธแต่การโจมตีของอิหร่านทั่วภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป
ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความสูญเสียของฝ่ายสหรัฐฯ เพิ่มเติม อาจทำให้ทรัมป์เผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะจากฐานเสียง MAGA ที่กังวลว่าความขัดแย้งนี้อาจกลายเป็นสงครามยืดเยื้อในต่างประเทศนักวิเคราะห์และนักการเมืองบางคนเริ่มตั้งคำถามว่า การเสี่ยงชีวิตทหารอเมริกันในสงครามที่ เป้าหมายไม่ชัดเจน เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่มีแผนยุติสงครามที่ชัดเจนนั้นคุ้มค่าหรือไม่
เดิม รัฐบาลทรัมป์ ระบุว่า เป้าหมายของสงครามคือ ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ต่อมามีการเพิ่มเป้าหมายอื่น ๆ เช่น ทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ ทำลายกองทัพเรือ ลดการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นหลายโพลในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการสงครามและการบริหารจัดการของรัฐบาล