อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการกลางคาทัม อัล-อันบิยา แห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางจะกลายเป็นนรก หากสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังคงเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ มิฉะนั้นจะเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
นอกจากนี้ยังอ้างว่า โดรนและขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลหลายแห่งในภูมิภาค
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่า เส้นตายล่าสุดสำหรับข้อตกลงยุติสงคราม กำลังใกล้เข้ามา หลังจากประกาศขยายเส้นตายเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ออกไปอีก 10 วันเป็นวันที่ 6 เมษายน ว่า จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเตหะรานให้ราบคาบ หากไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกที่ถูกปิดกั้นโดยพฤตินัยหลังสงครามเริ่มต้นขึ้น
ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล โดยระบุว่า "จำได้ไหมที่ผมให้เวลาอิหร่าน 10 วันเพื่อทำข้อตกลงหรือเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เวลากำลังจะหมดลงแล้ว เหลืออีก 48 ชั่วโมงก่อนที่นรกทุกขุมจะถาโถมลงมาใส่พวกเขา ขอสรรเสริญแด่พระผู้เป็นเจ้า!"
ทรัมป์ ยังได้แชร์วิดีโอที่อ้างว่าเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ในกรุงเตหะราน ซึ่งหลายสื่อรายงานว่า เป็นคลิปเก่า โดยระบุว่า ผู้นำทางทหารหลายคนของอิหร่านที่นำพาประเทศอย่างผิดพลาดและไม่ฉลาดเฉลียว ได้ถูกกำจัดไปหมดแล้ว
ขณะที่สถานการณ์การสู้รบของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ยังคงรุนแรง โดยมีรายงานว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธเพิ่มเติมไปยังประเทศเพื่อนบ้านในรัฐอ่าวเปอร์เซีย อิรักและอิสราเอล เมื่อวานนี้
ส่วนสหรัฐฯ และอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมของอิหร่าน รวมถึง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชฮร์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้งานได้แห่งเดียวของอิหร่านที่ถูกโจมตีเป็นครั้งที่ 4 ในช่วงสงคราม ส่งผลทำให้พนักงานของโรงไฟฟ้าเสียชีวิต 1 ราย