รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเทคโนโลยีของอิหร่าน ออกมาประณาม สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ทำการโจมตีสถาบันการศึกษา และโครงสร้างด้านการวิจัย ในมหาวิทยาลัยมากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศอิหร่าน ซิมาแอ-ชาร์ราฟ ระบุว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ-อิสราเอล ทำการโจมตีอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีอาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยมากกว่า 60 คน เสียชีวิตไปแล้ว
โดยหนึ่งในนั้นคือ ดร.ซาอิด ชัมมาห์ดารีศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าแห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือ IUST ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านขีปนาวุธ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ-อิสราเอล ได้พุ่งเป้าโจมตี สถาบันวิจัยเลเซอร์ และพลาสมา แห่งมหาวิทยาลัยชาร์ฮิด เบเฮชติ ทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานการเสียชีวิต เนื่องจากอิหร่านประกาศให้มีการเรียนการสอนออนไลน์ แต่อาคารศูนย์วิจัยดังกล่าวถูกทำลาย รวมไปถึง หอพักนักศึกษาใกล้เคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อย
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยดังกล่าวออกมาระบุว่า ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมศูนย์วิจัยถึงตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี อะไรคือแรงจูงใจให้พวกเขานั้นกระทำเช่นนี้
ในสงคราม 12 วัน ระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน เมื่อปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชาร์ฮิด เบเฮชติ ตกเป็นเป้าของการโจมตีแทบทั้งสิ้น และเสียชีวิตไปหลายรายแล้ว รัฐมนตรีซิมาแอ-ชาร์ราฟ ตั้งข้อสังเกตว่า การโจมตีมหาวิทยาลัย และศูนย์วิจัยต่าง ๆ อาจตีความได้จากการที่
โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศข่มขู่ว่า จะโจมตีอิหร่าน จนทำให้อิหร่านกลับไปสู่ "ยุคหิน"
นับตั้งแต่สหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน รัฐบาลอิหร่านได้ประณามทั้งสองประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าการโจมตีสถาบันการศึกษา และศูนย์วิจัยของประเทศ รวมไปถึง โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน โดยชี้ว่า การโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามอย่างร้ายแรงมาโดยตลอด