ผศ.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการทันข่าวสุดสัปดาห์ PPTV ถึงกรณีความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลาง หลังมีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว
ผศ.มาโนชญ์ มองว่า สถานการณ์นี้ ยังไม่สิ้นสุด แม้จะสิ้นผู้นำสูงสุดอิหร่าน เพราะพันธมิตรอิหร่าน ซึ่งไม่ใช่กลุ่มคนของรัฐ
.แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่อาศัยอยู่ในเลบานอน และเยเมน หลายกลุ่มเริ่มขยับตัว เช่น ออกมาประกาศโจมตีในทะเลแดง แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจยืดเยื้อออกไปอีกสักระยะ
ส่วนในด้านผลกระทบกับประเทศไทย ผศ.มาโนชญ์ ระบุว่า จะมีผลกระทบในเรื่องความปลอดภัยของคนไทยในอิหร่าน และอิสราเอล กระทบในเรื่องการเดินทางที่อาจมีผู้โดยสารคนไทยตกค้างในพื้นที่เสี่ยง และกระทบในเรื่องของเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะด้านพลังงาน ที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบเฮอร์มุซ เส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและพลังงาน ผศ.มาโนชญ์ บอกว่า ผลกระทบนี้ เป็นสิ่งที่ไทยต้องเตรียมรับมือทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
“สถานการณ์ความปลอดภัยของคนไทย ที่อยู่ในอิหร่าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ตอนนี้สถานทูตเร่งหาที่ปลอดภัยให้ อีกส่วนหนึ่งคงจะเป็นในอิสราเอล ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงาน แม้ว่าจะมีระบบป้องกัน ไอรอนโดม ที่ทันสมัย แต่ว่าทางแรงงานไทย และสถานทูตไทย ก็ยังไม่ไว้ใจ ดำเนินการหาที่ปลอดภัยให้ ประเด็นต่อมาเรื่องการเดินทาง ขณะนี้ ในตะวันออกกลางค่อนข้างมีปัญหา อาจจะมีผู้โดยสารคนไทยตกค้างอยู่ นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ส่วนปัญหาเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น อันนี้ต้องรับมือ เพราะว่าขณะนี้ อิหร่านได้ปิดช่องแคบเฮอร์มุซแล้ว ซึ่งเป็นช่องทางการส่งน้ำมันของโลก มากกว่า 20% ของน้ำมันโลก และพลังงานอื่นๆ ที่ถูกส่งทางช่องแคบเฮอร์มุซตรงนี้"