"โจ เคนต์" (Joe Kent) อดีตหัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุถึงกรณีที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังนำเสนอทางเลือกเพียง 2 ทาง คือ การเจรจายุติความขัดแย้ง หรือ การยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่
แต่ความจริงแล้วยังมี ทางเลือกที่ 3 ซึ่งเขาควรเลือกทำ นั่น คือ ยอมรับความจริงว่า ไม่มีทางที่จะบังคับให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวกได้ และควร "ถอนตัวออกมา" ภูมิภาคนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะไปแก้ไข
โดยได้ยกบทเรียนจากประวัติศาสตร์ กรณีของประธานาธิบดีเรแกน ที่เคยเลือกเส้นทางนี้ในเลบานอนเมื่อปี 1984 โดยการถอนกำลังทหารสหรัฐอเมริกา ออกมาหลังจากเหตุระเบิดพลีชีพที่ค่ายทหารในเบรุต เมื่อเห็นชัดว่าเป้าหมายในการรักษาความมั่นคงนั้นไม่มีทางสำเร็จ การตัดสินใจครั้งนั้นช่วยยุติการแทรกแซงทางทหารโดยตรง และช่วยให้สหรัฐอเมริกาไม่ต้องตกหล่มสงคราม หรือ ติดพันในภูมิภาคนี้ในระยะยาว
การเจรจาไม่มีทางสำเร็จ หรือ ได้รับความยำเกรงจากอิหร่าน เว้นแต่เราจะยอมอ่อนข้อในเรื่องการเสริมสมรรถภาพนิวเคลียร์ และดังที่เราเห็นเหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ กองกำลัง IRGC มีอำนาจตัดสินใจได้เอง โดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากรัฐบาลพลเรือน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางรักษาสัญญาในข้อตกลงใดๆ แน่นอน
ส่วนหากมีการยกระดับครั้งใหญ่ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จะนำไปสู่ความหายนะต่อทั้งอิหร่าน, ภูมิภาค และในที่สุดคือ สหรัฐอเมริกาเอง หากประธานาธิบดีเลือกใช้อำนาจดิบและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เราจะสร้างชาวอิหร่านหัวรุนแรงที่จะหันไปสนับสนุนระบอบการปกครองเดิม และยกระดับสงครามด้วยทุกวิถีทาง
ทั้งนี้ หากสหรัฐอเมริกาเลือกโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ประกาศชัยชนะแล้วค่อยถอนตัว สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ จะยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของสหรัฐอเมริกาในเวทีโลกเสื่อมถอยลง กระทบต่อระบบเงินปิโตรดอลลาร์ และสั่นคลอนต่อสถานะการเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก โดย โจ เคนต์ ทิ้งท้ายด้วยว่า อย่าดึงดันกับความล้มเหลว อย่าตกหลุมพราง "ต้นทุนจม" จงถอนตัวออกมาตอนนี้ และเห็นแก่ผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา เป็นอันดับแรก