จากกรณีมีรายงานข่าวที่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ พยายาม "ใช้รหัสนิวเคลียร์" (use the nuclear codes) หรือการมอบอำนาจให้ศูนย์บัญชาการทหารแห่งชาติของกระทรวงกลาโหม สั่งใช้อาวุธนิวเคลียร์สำหรับการโจมตีเป้าหมาย
ความพยายามดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมอย่างเคร่งเครียดด้านสถานการณ์สงครามกับอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่เรื่องนี้ถูกยับยั้งไว้โดยนายทหารระดับสูงสุดคนหนึ่งของกองทัพสหรัฐฯ
ทำให้ล่าสุด ระหว่างการตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า อาวุธนิวเคลียร์ไม่ควรถูกนำไปใช้กับประเทศใด พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ เพียงใช้วิธีการปกติก็สามารถทำลายอิหร่านได้อย่างสิ้นเชิง โดยไม่ต้องพึ่งพาอาวุธร้ายแรงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่า ช่วงเวลาหยุดยิงตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเปิดช่องให้อิหร่านได้จัดหาอาวุธเพิ่มเติมได้เล็กน้อย แต่ยังมั่นใจว่าสหรัฐฯมีศักยภาพพอที่จะทำลายยุทโธปกรณ์ของอิหร่านได้ในวันเดียว
ส่วนการเจรจากับอิหร่าน ผู้นำสหรัฐฯยืนยันว่าตนเองต้องการข้อตกลงสันติภาพในระยะยาวและดีที่สุดกับรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเองรอได้และไม่ควรรับร้อน
สำหรับกระแสข่าวลือเรื่องอาวุธนิวเคลียร์นี้มีต้นตอจาก แลรี จอห์นสัน อดีตนักวิเคราะห์ของสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ที่แสดงความคิดในรายการพ็อดแคสต์ Judging Freedom และรายการทอล์กโชว์บนยูทูบของ แอนดรูว์ นาโปลิตาโน อดีตนักวิเคราะห์ด้านกฎหมายของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์
จับตา “อารักชี” เยือนปากีสถาน ปูทางเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน
แหล่งข่าวจากรัฐบาล ปากีสถาน เปิดเผยกับ รอยเตอร์ ว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ อิหร่าน มีกำหนดเดินทางถึงกรุง อิสลามาบัด ในวันศุกร์นี้ พร้อมคณะทำงานขนาดเล็ก ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าอาจมีการเปิดฉากเจรจาสันติภาพระหว่าง สหรัฐอเมริกา และอิหร่านเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
แหล่งข่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทีมสนับสนุนด้านโลจิสติกส์และฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงพื้นที่ล่วงหน้าแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการหารือที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งถูกจับตามองในฐานะความพยายามคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสองประเทศบนเวทีระหว่างประเทศ
เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำที่ 3 เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามได้เดินทางมาถึงตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งนับเป็นจำนวนเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่ประจำการในภูมิภาคนี้มากที่สุดในรอบกว่า 20 ปี
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ซึ่งประสานงานกองกำลังอเมริกันทั่วตะวันออกกลาง ประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช (USS George H.W. Bush) ซึ่งเป็นเรือชั้น Nimitz ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบของตนแล้ว
เรือบุชซึ่งประจำการในปี 2009 เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ลำใหม่ล่าสุดในบรรดา 10 ลำของกองทัพเรือสหรัฐฯ มีความยาวมากกว่า 300 เมตร และมีระวางขับน้ำมากกว่า 100,000 ตัน สามารถบรรทุกเครื่องบินได้มากกว่า 80 ลำ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เครื่อง และมีลูกเรือและเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องบินมากกว่า 5,500 นาย
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับแผนการสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินบุช เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมคนหนึ่งบอกว่า กองทัพจะไม่หารือเกี่ยวกับการจัดวางกำลัง การเคลื่อนย้ายเรือ หรือสถานที่เพื่อปกป้องกำลังพลและความปลอดภัยในการปฏิบัติการ”
สหรัฐฯ เล็งระงับสมาชิกภาพของ “สเปน” ในนาโต
วันที่ 24 เม.ย. สำนนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อีเมลภายในของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ระบุถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่สหรัฐฯ สามารถใช้ลงโทษพันธมิตรนาโต (NATO) ที่เชื่อว่าไม่ให้การสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการระงับสมาชิกภาพของสเปน และการทบทวนจุดยืนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ของอังกฤษในหมู่เกาะฟอล์กแลนด์
ทางเลือกเหล่านี้มีรายละเอียดอยู่ในบันทึกที่แสดงความไม่พอใจต่อความลังเลหรือการปฏิเสธที่จะให้สิทธิ์การเข้าถึง การตั้งฐานทัพ และการบินผ่านน่านฟ้า (ABO) แก่สหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน
อีเมลระบุว่า ABO เป็น “มาตรฐานขั้นพื้นฐานที่สุดสำหรับนาโต”
หนึ่งในทางเลือกนั้นคือการระงับ “ประเทศที่ดื้อ” จากตำแหน่งสำคัญหรือมีเกียรติในนาโต
อิหร่านลั่น จะใช้มาตรการ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
สำนักข่าวเมห์รของอิหร่านรายงานว่า เอสมาอิล ซาคับ เอสฟาฮานี รองประธานาธิบดีอิหร่านได้เตือนสหรัฐฯ ว่า จะใช้มาตรการ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ในกรณีที่มีการโจมตีแหล่งน้ำมัน
ตามรายงานของสำนักข่าว เอสฟาฮานีกล่าวว่า “หากศัตรูทำผิดพลาดอีกครั้ง กลยุทธ์ของเราจะเป็นตาต่อตา ฟันต่อฟัน หากบ่อน้ำมันของเราถูกโจมตี เราจะโจมตีแหล่งน้ำมันของประเทศที่โจมตีเรา”
เขากล่าวเสริมว่า ทีมเจรจาของเตหะราน “ได้บีบคอศัตรูที่โต๊ะเจรจาแล้ว” และยังกล่าวอีกว่า ชาวอิหร่านไม่ควรกังวลเกี่ยวกับแหล่งพลังงานของตน เนื่องจากได้มีการ “เตรียมการที่จำเป็น” ไว้แล้ว
สื่อนอกอ้าง “มุจตาบา” เจ็บหนัก
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นิวยอร์กไทม์สรายงานอ้างว่า มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยังคงบาดเจ็บหลังรอดชีวิตจากการโจมตีด้วยระเบิด โดยรุนแรงถึงขนาดทำให้เขาต้องรอการผ่าตัดใส่ขาเทียมและศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า
นิวยอร์กไทม์สอ้างว่า ในด้านจิตใจ มุจตาบายังคงสามารถเข้าใจการสื่อสารและตัดสินใจได้ แต่เขาได้รับการผ่าตัดมือไปแล้ว และมีแผลไหม้รุนแรงที่ใบหน้า ซึ่งเขาจะต้องได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติมอีก
เจ้าหน้าที่ 4 คนที่มีความคุ้นเคยกับเรื่องนี้ยืนยันอาการของมุจตาบากับนิวยอร์กไทม์ส และระบุว่า เขามีการติดต่อกับนายพลอิหร่านน้อยมากท่ามกลางการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
สหรัฐฯ ตั้งค่าหัว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐผู้นำกองกำลังติดอาวุธในอิรัก
สหรัฐฯ เสนอเงินรางวัลสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 320 ล้านบาท) สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับผู้นำกองกำลังติดอาวุธชีอะห์ในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
โครงการ "รางวัลเพื่อความยุติธรรม" ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวหาว่า ฮาชิม ฟินยาน ราฮิม อัล-ซาราจี เป็นผู้นำของกลุ่มกาตาอิบ ซัยยิด อัล-ชูฮาดา (KSS) และเรียกกลุ่มนี้ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย
ประกาศดังกล่าวระบุว่า สมาชิก KSS ได้สังหารพลเรือนชาวอิรักและโจมตีสถานที่ทางการทูตของสหรัฐฯ ในอิรัก รวมถึงโจมตีฐานทัพและบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรีย
“ทรัมป์” ลั่น “อย่าเร่งผม” หลังถามว่าจะรอดีลอิหร่านถึงเมื่อไร
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า สหรัฐฯ “โจมตีเป้าหมายได้ประมาณ 75%” ในอิหร่าน ต่อมาเขากล่าวว่าตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 78%
“เราโจมตีเป้าหมายได้ประมาณ 75% แล้ว เราหยุดเร็วไปหน่อย เพราะพวกเขาต้องการสันติภาพ และเรามีการปิดล้อมที่ได้ผล 100% และพวกเขาจึงไม่สามารถทำธุรกิจได้ พวกเขาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและการเงิน พวกเขาไม่สามารถทำธุรกิจใดๆ ได้เลยเพราะการปิดล้อม” ทรัมป์กล่าว
เขายังกล่าวอีกว่า ยังไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้นเพราะ “พวกเขากำลังอยู่ในภาวะวุ่นวาย”
“เราได้พูดคุยกับพวกเขาแล้ว แต่พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นผู้นำประเทศ พวกเขากำลังอยู่ในภาวะวุ่นวาย พวกเขากำลังอยู่ในภาวะวุ่นวาย ดังนั้นเราจึงคิดว่าเราจะให้โอกาสพวกเขาเล็กน้อยเพื่อแก้ไขความวุ่นวายของพวกเขา” ทรัมป์กล่าว
เขาเสริมว่า “ผมถอนกำลังทหารออกจากประเทศนั้นภายใน 4 สัปดาห์แรก ตอนนี้สิ่งที่เรากำลังทำคือรอดูว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ และถ้าพวกเขาไม่ต้องการตกลงกัน ผมก็จะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นด้วยกำลังทหารกับเป้าหมายที่เหลืออีก 25% เราได้โจมตีเป้าหมายไปแล้ว 78%”
ทรัมป์ยังบอกกับผู้สื่อข่าวด้วยว่าอิหร่านอาจเพิ่มอาวุธยุทธ์ภัณฑ์ “เล็กน้อย” ในช่วงหยุดยิงสองสัปดาห์ เขากล่าวว่ากองทัพสหรัฐฯ สามารถ “ทำลายมันได้” ภายในเวลาประมาณหนึ่งวัน
เมื่อถูกถามว่าเขาเต็มใจที่จะรอข้อตกลงสันติภาพระยะยาวกับอิหร่านนานแค่ไหน เขากล่าวตอบว่า “อย่าเร่งผม”
“กองทัพเรือของพวกเขาหายไปแล้ว กองทัพอากาศของพวกเขาหายไปแล้ว ปืนต่อต้านอากาศยานของพวกเขาหายไปแล้ว...บางทีพวกเขาอาจจะเสริมกำลังไปบ้างในช่วงหยุดพักสองสัปดาห์ แต่เราจะจัดการพวกเขาให้หมดภายในวันเดียว ถ้าหากพวกเขาทำจริง” ทรัมป์กล่าวเสริม
“ผมต้องการทำข้อตกลงที่ดีที่สุด ผมสามารถทำข้อตกลงได้ในตอนนี้...แต่ผมไม่อยากทำอย่างนั้น ผมต้องการให้มันยั่งยืนตลอดไป” ทรัมป์กล่าว
กองทัพสหรัฐฯ บุกตรวจค้นเรือน้ำมันอิหร่านกลางมหาสมุทรอินเดีย
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. กองกำลังสหรัฐฯ รายงานว่า ได้ขึ้นไปตรวจค้นเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นการปฏิบัติการทางทะเลครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่าได้ดำเนินการ “สกัดกั้นทางทะเล” ต่อเรือ M/T Majestic X ซึ่งหมายถึงการสกัดกั้นหรือตรวจสอบเรือโดยกองทัพเรือในกรณีที่ต้องสงสัยว่าเป็นศัตรูหรือละเมิดกฎหมาย
การสกัดกั้นครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้กองทัพเรือสหรัฐฯ “ยิงและทำลาย” เรือลำใดก็ตามที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ
“ทรัมป์” สั่งยิงเรือวางระเบิด
ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงใส่เรือของอิหร่านลำใดก็ตามที่กำลังวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันก็ตาม
ทรัมป์ระบุบน Truth Social ว่า “ผมได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงและทำลายเรือทุกลำ ไม่ว่าจะเป็นเรือเล็กหรือไม่ก็ตาม (เรือรบของพวกเขาทั้งหมด 159 ลำ จมอยู่ก้นทะเลแล้ว!) ที่วางทุ่นระเบิดในน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ ห้ามลังเลเด็ดขาด”
เขาเสริมว่า "นอกจากนี้ เรือกวาดทุ่นระเบิดของเรากำลังกวาดล้างช่องแคบอยู่ขณะนี้ ผมขอสั่งให้ดำเนินการต่อไป แต่เพิ่มกำลังเป็น 3 เท่า!”
ประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีต เฮกเซธ ย้ำหลายครั้งว่า กองทัพเรือของอิหร่าน ซึ่งคาดว่ามีเรือประมาณ 150 ลำ ถูกทำลายไปหมดแล้ว แต่สำนักข่าว CNN เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยังคงมีทรัพยากรทางทหารเหลืออยู่ เช่น เรือขนาดเล็ก
อิสราเอล-เลบานอนขยายเวลาหยุดยิง 3 สัปดาห์
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังการประชุมร่วมกับตัวแทนของทั้งสองประเทศที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian