สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับทิศทางใหม่ของคริสตจักรคาทอลิก โดยระบุว่า ศาสนจักรควรให้ความสำคัญกับประเด็นความยุติธรรม ความเท่าเทียม และปัญหาสังคม มากกว่าการถกเถียงเรื่องจริยธรรมทางเพศ
ระหว่างการแถลงข่าวบนเครื่องบินขากลับจากการเยือน 4 ประเทศในแอฟริกาเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา โป๊ปเลโอที่ 14 ซึ่งเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาชาวอเมริกันพระองค์แรก ตรัสว่า "ความเป็นเอกภาพหรือความแตกแยกของคริสตจักร ไม่ควรหมุนรอบประเด็นทางเพศ"
พระองค์ตรัสเพิ่มเติมว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่ายังมีประเด็นที่ใหญ่กว่าและสำคัญกว่า เช่น ความยุติธรรม ความเท่าเทียม ซึ่งควรได้รับความสำคัญก่อนเรื่องนั้น"
แม้การเยือนแอฟริกาครั้งนี้จะมีประเด็นใหญ่ เช่น การประณามสงคราม การต่อต้านระบอบเผด็จการ รวมถึงการเผชิญหน้าทางวาจากับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ได้รับความสนใจจากสื่อ แต่นักวิชาการหลายฝ่ายมองว่า ถ้อยแถลงเรื่องบทบาทของคริสตจักรต่อประเด็นทางเพศ อาจส่งผลระยะยาวต่อชาวคาทอลิกทั่วโลกกว่า 1,400 ล้านคน
มาเรียนน์ ดัดดี-เบิร์ก ผู้อำนวยการบริหารของ Dignity USA ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนชาวคาทอลิก LGBTQIA+ กล่าวว่า คำกล่าวของโป๊ปเลโอถือเป็นการปรับลำดับความสำคัญที่สำคัญมาก และควรเกิดขึ้นมานานแล้ว
ที่ผ่านมา พระสงฆ์และบิชอปจำนวนมากในคริสตจักรโลก มักเน้นย้ำคำสอนด้านศีลธรรมทางเพศเป็นลำดับต้น ๆ เช่น การห้ามทำแท้ง การคุมกำเนิด และการแต่งงานเพศเดียวกัน
ตัวอย่างชัดเจนเกิดขึ้นในปี 2009 เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ระหว่างการเยือนแอฟริกา ทรงยืนยันว่าคริสตจักรไม่สามารถผ่อนปรนข้อห้ามการใช้ถุงยางอนามัยแม้เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV โดยระบุว่าการอนุญาตให้ใช้ถุงยางจะยิ่งเพิ่มปัญหาในเชิงศีลธรรม
ถ้อยแถลงล่าสุดของโป๊ปเลโอ จึงถูกมองว่าอาจเป็นสัญญาณของการปรับจุดยืนเชิงสถาบันครั้งสำคัญของวาติกันในศตวรรษใหม่
ที่มา: Reuters