แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติในวันที่ 28 เม.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่านที่หยุดชะงัก
แหล่งข่าวสองรายเผยว่า การประชุมจะเน้นไปที่การหารือเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ของอิหร่าน ที่ระบุว่า จะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ยอมเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปก่อน ขณะที่แหล่งข่าวอื่น ๆ ที่ใกล้ชิดกับการเจรจาบอกกับสำนักข่าว CNN ว่า จุดยืนของทั้งสองฝ่ายไม่ได้ห่างไกลกันมากนักอย่างที่หลายคนเข้าใจ
แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่จะร่วมกันพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจว่าจะกลับมาดำเนินปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกหรือไม่ หลังจากที่ทรัมป์ได้สั่งระงับไว้ชั่วคราวจากการขยายเวลาหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีลังเลกับการกลับมาสู้รบอีกครั้ง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การเจรจาสันติภาพกับอิหร่านหยุดชะงักลงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ โดยเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ออกมาปกป้องการตัดสินใจของตนที่สั่งยกเลิกการส่งคณะผู้แทนสหรัฐฯ ไปยังปากีสถาน โดยอ้างว่าอิหร่านยังไม่เสนอเงื่อนไขการเจรจาที่น่าพอใจ
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า อิหร่านสามารถติดต่อสหรัฐฯ ได้ หากต้องการเจรจาอีกครั้ง และย้ำว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงเร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า เขาไม่น่าจะยอมรับข้อเสนอใหม่ล่าสุดของอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง
แหล่งข่าวสองคนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าวว่า ทรัมป์ได้ถ่ายทอดมุมมองของเขาในระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 27 เม.ย. กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับอิหร่าน หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวว่า ทรัมป์ไม่น่าจะยอมรับแผนดังกล่าว ซึ่งส่งมาถึงสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การเปิดช่องแคบอีกครั้งโดยไม่แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านหรือคลังยูเรเนียมที่ใกล้เคียงกับเกรดที่ใช้ทำระเบิด อาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียอำนาจต่อรองที่สำคัญในการเจรจา
อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้เส้นทางน้ำยังคงถูกปิดกั้นจะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น
หลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เจ้าหน้าที่อเมริกันกล่าวว่า พวกเขายังคงกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นความแตกแยกภายในระบอบการปกครองของอิหร่าน และไม่แน่ใจว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น
ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดเฉพาะของการเจรจา
โอลิเวีย เวลส์ ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายสื่อสารกล่าวว่า “นี่เป็นการเจรจาทางการทูตที่ละเอียดอ่อน และสหรัฐฯ จะไม่เจรจาผ่านสื่อมวลชน ดังที่ประธานาธิบดีได้กล่าวไว้ สหรัฐฯ เป็นผู้ถือไพ่และจะทำข้อตกลงเฉพาะที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก โดยจะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด”
ด่วน! สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน OPEC และ OPEC Plus
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ได้ประกาศถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปก (OPEC) และ โอเปกพลัส (OPEC+) ซึ่งส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน รวมถึงซาอุดีอาระเบีย ในช่วงเวลาที่สงครามอิหร่านได้ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ และสร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก
การสูญเสียสมาชิกที่ยาวนานอย่าง UAE ไปอย่างกะทันหันนี้ อาจสร้างความวุ่นวายและทำให้กลุ่มอ่อนแอลง ซึ่งโดยปกติแล้ว OPEC มักจะพยายามแสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แม้จะมีความขัดแย้งภายในตั้งแต่นโยบายภูมิรัฐศาสตร์ไปจนถึงเรื่องโควตาการผลิตน้ำมันก็ตาม
รอยเตอร์ รายงานอีกว่า สุเฮล โมฮาเหม็ด อัล-มาซรูอี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า การออกจากกลุ่มโอเปก (OPEC) และ โอเปกพลัส (OPEC+) ทำให้ UAE มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ภายใต้กลุ่มดังกล่าว
อิสราเอลสั่งประชาชนในเมืองและหมู่บ้าน 16 แห่งของเลบานอนอพยพ
กองทัพอิสราเอลได้สั่งให้ประชาชนใน 16 เมืองและหมู่บ้านทางตอนใต้ของเลบานอนอพยพไปยังพื้นที่ไซดอนโดยทันที โดยอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากกลุ่มฮิซบอลลาห์ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่อิสราเอลลงนามกับเลบานอน
หมู่บ้านเหล่านั้นได้แก่:
- Ghndouriyeh
- Burj Qlawiyeh
- Qlawiyeh
- Al-Sawana
- Al-Jumayjima
- Safad al-Batikh
- Braashit
- Shaqra
- Aita al-Jabal
- Tibnin
- Al-Sultaniyya
- Bir al-Sanasil
- Dounin
- Khirbet Silm
- Salaa
- Deir Qifa
มีรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คนในเลบานอนนับตั้งแต่เริ่มหยุดยิงเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิสราเอลยังคง “มีสิทธิ์ที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันตนเองได้ทุกเมื่อ ต่อการโจมตีที่วางแผนไว้ กำลังจะเกิดขึ้น หรือกำลังเกิดขึ้น”
ฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่า พวกเขาจะไม่หยุดโจมตีทหารอิสราเอลภายในเลบานอนและเมืองต่าง ๆ ในภาคเหนือของอิสราเอล ตราบใดที่อิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
ประธานาธิบดีเลบานอน โจเซฟ อูน ต้องการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอลเพื่อยุติการโจมตีของอิสราเอล ในขณะที่ฮิซบอลเลาะห์คัดค้านการเจรจา
อูนกล่าวว่า เป้าหมายของการเจรจาคือการยุติการโจมตีของอิสราเอลอย่าง “สมบูรณ์” การถอนทหารอิสราเอลออกจากเลบานอน การปล่อยตัวนักโทษชาวเลบานอนที่ถูกคุมขังในอิสราเอล และการประจำการทหารเลบานอนตามแนวชายแดน
การรุกรานทางบกของอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้ได้ตัดขาดผู้คนจากการกลับบ้านในหมู่บ้านประมาณ 55 แห่ง ตามรายงานขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งประณามการทำลายล้างและรื้อถอนหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านโดยกองทัพอิสราเอล อิสราเอลได้เข้ายึดครองพื้นที่ชายแดนส่วนหนึ่ง ซึ่งทหารของอิสราเอลยังคงประจำการอยู่โดยอ้างว่าเป็นเหตุผลด้านความมั่นคง
อิหร่านพร้อมแบ่งปันอาวุธป้องกันประเทศ
วันที่ 28 เม.ย. เรซา ทาลาอี-นิก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมอิหร่าน กล่าวผ่านสื่อของรัฐว่า อิหร่านพร้อมที่จะแบ่งปันขีดความสามารถด้านอาวุธป้องกันประเทศให้กับ “ประเทศเอกราช โดยเฉพาะสมาชิกขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO)”
เขากล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม SCO ที่จัดขึ้นในคีร์กีสถานว่า “เราพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์จากความพ่ายแพ้ของอเมริกาให้กับสมาชิกอื่น ๆ ขององค์การ”
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก 10 ประเทศของ SCO ได้แก่ เบลารุส อินเดีย อิหร่าน คาซัคสถาน คีร์กีสถาน จีน ปากีสถาน รัสเซีย ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน
เจ้าหน้าที่อิหร่านเพิ่งหารือกับเจ้าหน้าที่กลาโหมของรัสเซียและเบลารุส ซึ่งเน้นย้ำถึงความเต็มใจที่จะร่วมมือกับเตหะรานต่อไป
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมอิหร่านยังกล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถ “บงการ” สิ่งที่ประเทศอื่น ๆ ทำได้อีกต่อไป ขณะที่วอชิงตันกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่ของเตหะราน
สถานีโทรทัศน์ของรัฐรายงานคำกล่าวของเรซา ทาลาอี-นิก ว่า “สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์ที่จะกำหนดนโยบายให้กับประเทศเอกราชอีกต่อไปแล้ว สหรัฐฯ จะต้องละทิ้งข้อเรียกร้องที่ผิดกฎหมายและไร้เหตุผล”
เรือยอชต์หรูคนสนิท “ปูติน” แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือยอชต์สุดหรูที่มีความเชื่อมโยงกับหนึ่งในพันธมิตรคนสำคัญของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้จะยังคงถูกปิดกั้นอยู่ก็ตาม
เรือยอชต์หรูชื่อ “นอร์ด” (Nord) ความยาว 142 เมตร ซึ่งเชื่อมโยงกับ อเล็กเซย์ มอร์ดาชอฟ มหาเศรษฐีชาวรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร เดินทางจากดูไบไปยังมัสกัต ประเทศโอมาน เป็นเรือส่วนตัวไม่กี่ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
อิหร่านเพิ่งเจรจากับรัสเซียในสัปดาห์นี้ ขณะที่ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปิดช่องแคบยังคงดำเนินต่อไป
มอร์ดาชอฟ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปูติน ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของเรือยอชต์หรูลำนี้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม บันทึกระบุว่า เรือลำนี้จดทะเบียนในชื่อบริษัทที่ภรรยาของเขาเป็นเจ้าของในปี 2022
นอร์ด ซึ่งคาดว่ามีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 หมื่นล้านบาท) ออกจากดูไบในคืนวันที่ 24 เม.ย. และมาถึงอัลมูจ ท่าจอดเรือในเมืองหลวงของโอมานในเช้าวันที่ 26 เม.ย. ตามข้อมูลการติดตามการจราจรทางทะเล
เรือยอชต์สุดหรูของรัสเซียลำนี้มีสระว่ายน้ำ เรือดำน้ำ และลานจอดเฮลิคอปเตอร์
มอร์ดาชอฟถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก รวมถึงสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022
มอร์ดาชอฟเป็นประธานบริษัทเหล็ก Severstal โดย Forbes ประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเขาอยู่ที่ประมาณ 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท)
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า มอร์ดาชอฟอยู่บนเรือนอร์ดขณะที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วยหรือไม่
“อารักชี” หารือ “ปูติน”
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 27 เม.ย. โดยการพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบ 2 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้น
สื่อรัสเซียและสื่ออิหร่านรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของรัสเซียที่มีต่อความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่าน โดยปูตินแสดงความหวังว่าชาวอิหร่านจะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และสันติภาพจะกลับคืนมาในเร็ววัน
ปูตินระบุด้วยว่า เขาได้รับข้อความจาก มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ยังไม่ได้ปรากฏตัวหรือแถลงการณ์ต่อสาธารณชนด้วยตนเอง โดยมีเพียงการเผยแพร่ข้อความผ่านลายลักษณ์อักษรในนามของท่านเท่านั้น
ปุตินกล่าวว่า "เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้รับข้อความจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง และขอยืนยันว่ารัสเซียมีความตั้งใจเช่นเดียวกับอิหร่าน ที่จะสานต่อความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกันต่อไป"
เขาเสริมว่า "เราเห็นความกล้าหาญของประชาชนชาวอิหร่านที่ต่อสู้เพื่อเอกราชและอธิปไตยของตนเอง แน่นอนว่าเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในอิสรภาพนี้ ภายใต้การนำของผู้นำคนใหม่ ชาวอิหร่านจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งบททดสอบที่ยากลำบากนี้ไปได้ และจะมีสันติภาพตามมาในที่สุด"
ปูตินกล่าวอีกว่า "ในส่วนของรัสเซีย เราจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคุณ และเพื่อผลประโยชน์ของทุกประชาชาติในภูมิภาค เพื่อให้บรรลุสันติภาพโดยเร็วที่สุด ซึ่งคุณก็ทราบจุดยืนของเราในเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว"
อารักชีกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและอิหร่านจะยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีปูตินสำหรับการสนับสนุนของมอสโก "ผมได้รับมอบหมายให้มายืนยันในการเยือนครั้งนี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและอิหร่านคือความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไปในอนาคต"
เขาเสริมว่า "เหตุการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าอิหร่านยังมีมิตรและพันธมิตรอย่างเช่นรัสเซีย ที่ยืนเคียงข้างและสนับสนุนอิหร่านในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราขอขอบคุณสำหรับจุดยืนที่แน่วแน่ในการสนับสนุนอิหร่าน"
รัสเซียได้เสนอตัวเป็นตัวกลางเพื่อช่วยฟื้นฟูความสงบในตะวันออกกลาง หลังจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมอสโกได้ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ รัสเซียยังคงเสนอตัวเป็นผู้เก็บรักษายูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้แก่อิหร่านเพื่อเป็นแนวทางในการลดความตึงเครียด แต่อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอนี้
เมื่อปีที่ผ่านมา อิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระยะเวลา 20 ปีกับมอสโก โดยปัจจุบันรัสเซียกำลังดำเนินการก่อสร้างหน่วยผลิตพลังงานนิวเคลียร์ใหม่ 2 แห่งที่เมืองบูเชร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของอิหร่าน
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / CNN / The Guardian