สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวหน่วยข่าวกรอง เปิดเผยว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อันเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ใช้เป็นเหตุผลในการทำสงคราม ยังคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นับจากปีที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เปิดฉากปฎิบัติการมิดไนต์แฮมเมอร์ในเดือน มิ.ย. 2025
โดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า ในปฎิบัติการทางทหารครั้งนั้นซึ่งกินเวลา 12 วันที่สหรัฐฯ ร่วมมือกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ทำให้ความสามารถของอิหร่านในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ถดถอยไปอีก 9 ถึง 12 เดือน
ก่อนที่ปฎิบัติการมิดไนต์แฮมเมอร์จะเริ่มต้นขึ้น หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ ประเมินว่า อิหร่านสามารถผลิตแร่ยูเรเนียมที่มีสมรรถนะเพียงพอต่อการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ภายใน 3 ถึง 6 เดือน
แต่สงครามในรอบนี้กลับไม่สามารถทำให้ขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านถดถอยลงไปได้เลย แม้จะทำการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเป็นเวลานานนับเดือน
ขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากสงครามบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการกำจัดแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้พิจารณาใช้ปฏิบัติการทางทหารขัดขวางความพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
หนึ่งในทางเลือกที่ถูกพูดถึงคือการส่งกำลังภาคพื้นดินบุกเข้าไปยึดแร่ยูเรเนียมสมรถถนะสูง ซึ่งน่าจะเก็บไว้ที่โรงงานเมืองอิสฟาฮาน
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) คาดว่าแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อยู่ภายใต้การครอบครองของอิหร่านมีปริมาณเพียงพอต่อการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้มากถึง 10 ลูก