สำนักข่าว "วอชิงตันโพสต์" รายงานโดยอ้างอิงการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมหลังจากสหรัฐฯและอิหร่าน ตกลงหยุดยิงชั่วคราว โดยระบุว่า การโจมตีของอิหร่านได้ทำลายโครงสร้างทางทหารของฐานทัพสหรัฐฯ 15 แห่ง ในตะวันออกกลาง อย่างน้อย 228 จุด ความเสียหายรุนแรงกว่าที่เคยถูกกล่าวถึงหรือรับทราบโดยรัฐบาลสหรัฐฯ
ประเทศคูเวตและบาห์เรน ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อาจเป็นเพราะอนุญาตให้สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านจากดินแดนของตน รวมถึงการใช้ HIMARS หรือ ระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร ที่เปิดเผยพิกัดที่ตั้ง ทำให้โดนสวนกลับได้ง่าย
จุดสำคัญที่โดนอิหร่านทำลายทั้งหมด ประกอบด้วย โรงเก็บเครื่องบิน, ห้องพักทหาร, คลังน้ำมัน, ระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออต, อุปกรณ์เรดาร์และการสื่อสาร และจานดาวเทียม
ที่น่าสนใจคือ "กองเรือที่ 5 ของสหรัฐ" เดิมอยู่ที่บาห์เรน แต่ถูกถล่มอย่างหนัก จนต้องย้ายอาวุุธยุทโธปกรณ์และเจ้าหน้าที่ ไปที่ฟลอริดา แทน
"วอชิงตันโพสต์" อ้างการให้สัมภาษณ์ของ พล.ร.ท.มาร์ก แคนเชียน อดีตทหารนายกวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ระบุว่า "การโจมตีของอิหร่านมีความแม่นยำ ไม่มีจุดที่บ่งชี้ถึงการยิงพลาด"
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สหรัฐประเมินความสามารถในการกำหนดเป้าหมายของอิหร่านต่ำเกินไป และล้มเหลวในการปรับตัวเข้ากับสงครามโดรนสมัยใหม่
วอชิงตันโพสต์ ระบุว่า กล่าวว่าการตรวจสอบของตน "เป็นเพียงการนับความเสียหายบางส่วน" เพราะผู้ให้บริการดาวเทียมเชิงพาณิชย์รายใหญ่สองราย คือ Vantor และ Planet ปฏิเสธที่จะเปิดเผยภาพ