กระทรวงกลาโหมอังกฤษเปิดเผยว่า มีการมอบหมายให้เรือพิฆาต HMS Dragon ที่ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เดินทางไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมหากกองกำลังนานาชาติเปิดปฏิบัติการคุ้มกันเรือต่าง ๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า มีหลายชาติที่พร้อมจะส่งกำลังบำรุงให้กับความพยายามป้องกันฮอร์มุซ ที่มีอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นแกนนำ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งในด้านการค้าและพลังงานให้ทุกฝ่าย และรักษาความปลอดภัยทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
แต่สตาร์เมอร์ยืนยันว่า โครงการนี้จะเริ่มขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยุติลงแล้วเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวของอังกฤษมีขึ้น หลังจากฝรั่งเศสส่งกองเรือ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ เดินทางไปยังทะเลแดง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ชาติยุโรปเองเริ่มขยับกำลังทางทหารของตน เพื่อลดกระแสความไม่พอใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ว่ายุโรปนิ่งเฉย ไม่ให้ความช่วยเหลือในการต่อกรกับอิหร่าน
รายงานระบุว่า มีมากกว่า 12 ประเทศ แสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเรือสินค้าในฮอร์มุซ แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อทั้งหมดอย่างเป็นทางการ แต่ประเทศที่ถูกพูดถึงแล้ว ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ กรีซ โปรตุเกส โรมาเนีย โครเอเชีย และมอนเตเนโกร รวมถึงบางประเทศในอ่าวอาหรับ
ที่ผ่านมา สตาร์เมอร์เน้นย้ำว่า อังกฤษจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่านโดยตรง ภารกิจคุ้มกันฮอร์มุซนี้จึงถูกวางให้เป็น "ภารกิจในเชิงป้องกัน" มากกว่าจะเป็นปฏิบัติการรบเต็มรูปแบบ ฝั่งประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส ก็ระบุว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการปรึกษาหารือกับอิหร่านแล้วเท่านั้น