เมื่อวันที่ 12 พ.ค. สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) เปิดเผยว่า แผนการของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการติดตั้งอาวุธในอวกาศ หรือโครงการ “โดมทองคำ” (Golden Dome) นั้น คาดว่าจะใช้งบประมาณมากกว่าที่ทรัมป์เคยเสนอไว้
โดยตามการวิเคราะห์ใหม่คาดว่าต้องใช้งบ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39 ล้านล้านบาท) ในระยะเวลา 20 ปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าแผนเริ่มต้นที่ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.7 ล้านล้านบาท) ที่ทรัมป์เคยให้ไว้เมื่อปีที่แล้วเกือบ 7 เท่า
ระบบล้ำสมัยนี้ได้รับคำสั่งจากทรัมป์ในคำสั่งบริหารในช่วงสัปดาห์แรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยสอง ซึ่งทรัมป์กล่าวในขณะนั้นว่า เขาคาดหวังว่าระบบนี้จะ “ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบก่อนสิ้นสุดวาระของผม” ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน ม.ค. 2029
ทรัมป์ระบุในคำสั่งบริหารว่า “ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา แทนที่จะลดลง ภัยคุกคามจากอาวุธยุทธศาสตร์รุ่นใหม่กลับทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ด้วยการพัฒนาระบบส่งมอบรุ่นใหม่โดยคู่ต่อสู้ที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน”
รายงานระบุว่า การประมาณการของ CBO นั้นส่วนหนึ่งมาจากรายละเอียดที่ไม่ครบถ้วนจากกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับระบบที่จะนำมาใช้และจำนวนระบบที่จะนำมาใช้ ทำให้ “ไม่สามารถประเมินต้นทุนระยะยาว” ของระบบโกลเดนโดมได้
แนวคิดของระบบขีปนาวุธนี้ได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากระบบป้องกันหลายชั้นของอิสราเอล “ไอรอนโดม” (Iron Dome) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันอิสราเอลจากจรวดและขีปนาวุธจากอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธ
ระบบโกลเดนโดมของสหรัฐฯ คาดว่าจะรวมถึงขีดความสามารถทั้งภาคพื้นดินและอวกาศที่สามารถตรวจจับ สกัดกั้น และหยุดยั้งขีปนาวุธได้ในทุกขั้นตอนสำคัญของการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น
รัฐสภาได้อนุมัติงบประมาณประมาณ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.7 แสนล้านบาท) สำหรับโครงการป้องกันขีปนาวุธแล้ว ผ่านมาตรการภาษีและการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของพรรครีพับลิกันที่ลงนามเป็นกฎหมายเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา
เมื่อเดือนที่แล้ว พลเอก ไมเคิล เอ. เกตไลน์ ผู้อำนวยการโครงการโกลเดนโดม ได้ชี้แจงต้นทุนของโครงการต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า กลุ่มต่าง ๆ ที่ประเมินค่าใช้จ่ายมักจะนำค่าใช้จ่ายของระบบเดิมมาคูณกัน แล้วก็ได้ตัวเลขที่สูงมาก แล้วก็บอกว่า นั่นแหละคือค่าใช้จ่ายทั้งหมด
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่โครงการ Golden Domeกำลังทำอยู่ เรามุ่งเน้นที่ความคุ้มค่าเป็นหลัก” เกตไลน์กล่าว
วุฒิสมาชิก เจฟฟ์ เมอร์คลีย์ จากพรรคเดโมแครต รัฐโอเรกอน ซึ่งเป็นผู้ร้องขอการประเมินจาก CBO กล่าวว่า โครงการป้องกันนี้ “ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากเป็นการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้รับเหมาด้านกลาโหมอย่างมหาศาล ซึ่งจ่ายโดยคนทำงานชาวอเมริกันทั้งหมด”
เรียบเรียงจาก Associated Press