PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

สื่อต่างประเทศเผย ซาอุดีอาระเบียแอบโจมตีอิหร่านหลายครั้งระหว่างสงคราม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สำนักข่าวรอยเตอร์เผย ซาอุดีอาระเบียได้ลงมือโจมตีอิหร่านหลายครั้งโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อตอบโต้การโจมตี

เจ้าหน้าที่ตะวันตกสองคนและเจ้าหน้าที่อิหร่านสองคนเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ซาอุดีอาระเบียได้โจมตีอิหร่านหลายครั้งโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อตอบโต้การโจมตีที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามตะวันออกกลาง

การโจมตีของซาอุดีอาระเบียซึ่งไม่เคยมีการรายงานมาก่อน ถือเป็นครั้งแรกที่มีข้อมูลว่าซาอุดีอาระเบียได้ดำเนินการทางทหารโดยตรงบนดินแดนอิหร่าน และแสดงให้เห็นว่าซาอุดีอาระเบียกำลังมีความกล้าหาญมากขึ้นในการปกป้องตนเอง

สื่อต่างประเทศเผย ซาอุดีอาระเบียแอบโจมตีอิหร่านหลายครั้งระหว่างสงคราม Reuters/Brian Snyder/File Photo
เครื่องบินขับไล่ของซาอุดีอาระเบีย (แฟ้มภาพ)

เจ้าหน้าที่ตะวันตกสองคนกล่าวว่า การโจมตีซึ่งดำเนินการโดยกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย คาดว่าเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน มี.ค. โดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวเพียงว่า “เป็นการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเมื่อซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี”

รอยเตอร์ไม่สามารถยืนยันเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงได้ และในการสอบถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ไม่ได้กล่าวถึงโดยตรงว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นหรือไม่

ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐอเมริกา พึ่งพากองทัพสหรัฐฯ ในการป้องกันตนเองมาโดยตลอด แต่สงครามที่ยืดเยื้อมา 10 สัปดาห์ ทำให้ซาอุดีอาระเบียตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการโจมตี

นอกจากนี้ ตามรายงานเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ของ Wall Street Journal สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ยังได้ดำเนินการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านด้วย

การกระทำของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เผยให้เห็นความขัดแย้งซึ่งยังคงถูกปกปิดไว้เป็นส่วนใหญ่

แต่แนวทางของทั้งสองประเทศไม่เหมือนกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีท่าทีแข็งกร้าวมากกว่า โดยพยายามบีบให้อิหร่านต้องชดใช้ และมีส่วนร่วมในการเจรจาทางการทูตกับเตหะรานน้อยมาก

ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียพยายามป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย และติดต่อกับอิหร่านอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงผ่านทางเอกอัครราชทูตของเตหะรานในริยาด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียไม่ได้กล่าวถึงโดยตรงว่ามีการบรรลุข้อตกลงลดความตึงเครียดกับอิหร่านหรือไม่ แต่กล่าวว่า “เรายืนยันจุดยืนที่สอดคล้องกันของซาอุดีอาระเบียในการสนับสนุนการลดความตึงเครียด การยับยั้งชั่งใจ และการลดความตึงเครียดเพื่อความมั่นคง ความปลอดภัย และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคและประชาชน”

เจ้าหน้าที่อิหร่านและตะวันตกกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียได้แจ้งให้อิหร่านทราบเกี่ยวกับการโจมตี และตามมาด้วยการเจรจาทางการทูตอย่างเข้มข้นและการขู่ของซาอุดีอาระเบียที่จะตอบโต้เพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างสองประเทศในการลดระดับความตึงเครียด

อาลี วาเอซ ผู้อำนวยการโครงการอิหร่านของกลุ่มวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ กล่าวว่า การโจมตีตอบโต้ของซาอุดีอาระเบียต่ออิหร่าน ตามด้วยความเข้าใจในการลดระดับความตึงเครียด จะแสดงให้เห็นถึงการยอมรับอย่างเป็นรูปธรรมจากทั้งสองฝ่ายว่า การเพิ่มระดับความตึงเครียดที่ควบคุมไม่ได้นั้นนำมาซึ่งต้นทุนที่ยอมรับไม่ได้

ลำดับเหตุการณ์เช่นนี้จะแสดงให้เห็นผลประโยชน์ร่วมกันในการกำหนดขอบเขตของการเผชิญหน้าก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น

การลดระดับความตึงเครียดอย่างไม่เป็นทางการมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์ก่อนที่วอชิงตันและเตหะรานจะตกลงหยุดยิงในความขัดในวันที่ 7 เม.ย.

เจ้าหน้าที่อิหร่านคนหนึ่งยืนยันว่า เตหะรานและริยาดตกลงที่จะลดความตึงเครียด โดยกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ยุติการเป็นปรปักษ์ ปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน และป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น”

เนื่องจากทะเลแดงยังคงเปิดให้เรือเดินทะเลผ่านได้ ซาอุดีอาระเบียจึงสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างต่อเนื่องตลอดความขัดแย้ง ซึ่งแตกต่างจากรัฐส่วนใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย จึงสามารถคงความเป็นอิสระจากความขัดแย้งได้ค่อนข้างมาก

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 มี.ค. เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า “ราชอาณาจักรสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางทหารหากเห็นว่าจำเป็น”

3 วันต่อมา ซาอุดีอาระเบียประกาศให้ผู้ช่วยทูตทหารของอิหร่านและเจ้าหน้าที่สถานทูตอีกสี่คนเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ แหล่งข่าวระบุว่า หลังจากนั้น อิหร่านลดการโจมตีโดยตรงต่อราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

แหล่งข่าวตะวันตกกล่าวว่า ในช่วงปลายเดือน มี.ค. การติดต่อทางการทูตและภัยคุกคามจากซาอุดีอาระเบียที่จะใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากขึ้นคล้ายกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และตอบโต้เพิ่มเติม นำไปสู่ความเข้าใจที่จะลดความตึงเครียดลง

จากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 105 ครั้งในสัปดาห์วันที่ 25-31 มี.ค. จำนวนลดลงเหลือเพียงกว่า 25 ครั้งระหว่างวันที่ 1-6 เม.ย. ตามการนับของรอยเตอร์จากแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย

แหล่งข่าวตะวันตกประเมินว่า ขีปนาวุธที่ยิงใส่ซาอุดีอาระเบียในช่วงหลายวันก่อนการหยุดยิงนั้น มีต้นกำเนิดมาจากอิรักมากกว่าอิหร่านเอง ซึ่งบ่งชี้ว่าเตหะรานได้ลดการโจมตีโดยตรงลง ในขณะที่กลุ่มพันธมิตรยังคงปฏิบัติการอยู่

การติดต่อสื่อสารระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าความตึงเครียดจะเริ่มปรากฏขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เมื่อกระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบียรายงานว่ามีโดรน 31 ลำและขีปนาวุธ 16 ลูกถูกยิงใส่ราชอาณาจักรในวันที่ 7-8 เมษายน

 

เรียบเรียงจาก Reuters

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ