นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสาธารณชนเนื่องในพิธีรำลึก "วันเยรูซาเลม" (Jerusalem Day) ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นเพื่อทำเครื่องหมายครบรอบการเข้ายึดครองพื้นที่เยรูซาเล็มตะวันออก โดย เนทันยาฮู บอกว่า ผมจะบอกแผนในอนาคตของอิสราเอล นี่เป็นวิสัยทัศน์ 20 ปีที่พวกคุณไม่เคยรู้ อิสราเอลากำลังจะกลายเป็นมหาอำนาจโลกที่ยิ่งใหญ่ในทุกๆ ด้าน
เนทันยาฮู ยังบอกว่า อิสราเอลกำลังแสวงหาความร่วมมือกับกลุ่มประเทศพันธมิตรสายกลางในภูมิภาค ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตระหนักและเข้าใจถึงผลประโยชน์ร่วมกันในการสนับสนุนอิสราเอล ก่อนจะย้ำว่า นครเยรูซาเล็มจะยังคงเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ "ภายใต้อธิปไตยของอิสราเอล"
นอกจากนี้ เนทันยาฮู ยังบอกว่า อิสราเอลจะยังคงเดินหน้าต่อสู้และเผชิญหน้ากับทุกภัยคุกคามจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอย่างดุดันและทรงพลังที่สุดต่อไป และเขามีความมุ่งมั่นที่จะตอบโต้กลุ่มก่อการร้ายที่อยู่ตามแนวชายแดนโดยไม่สนว่าจะเข้าไปลึกยังดินแดนใคร เนนทันยาฮู ย้ำว่า อิสราเอลจำเป็นต้องสร้างพื้นที่กันชนรอบด้าน ทั้งในฉนวนกาซา เลบานอน และซีเรีย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนส่งผลให้โฉมหน้าของภูมิภาคตะวันออกกลางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
อิสราเอลได้เข้าควบคุมพื้นที่เยรูซาเล็มตะวันออกนับตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางในปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) ก่อนที่จะดำเนินการผนวกดินแดนดังกล่าวในเวลาต่อมา ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวยังคงไม่ได้รับการยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ (UN) และประชาคมโลกส่วนใหญ่ แต่เนทันยาฮู ก็ดูจะไม่แคร์ เพราะยังประกาศที่จะขยายแนวกันชนลึกเข้าไปในประเทศข้างเคียง เพื่อเปลี่ยนโฉมตะวันออกกลาง