วันที่ 19 พ.ค. เวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า ผู้นำกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ขอให้เขาชะลอแผนโจมตีอิหร่านที่มีกำหนดเปิดฉากในวันที่ 19 พ.ค. ออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้กำลังมีการเจรจาอย่างจริงจังเกิดขึ้น และคาดว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงที่เป็นที่ยอมรับได้สำหรับสหรัฐฯ รวมถึงทุกประเทศในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่น ๆ
ทรัมป์บอกว่า “ผมได้รับการร้องขอจาก เจ้าชายทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี แห่งกาตาร์, มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอุด แห่งซาอุดีอาระเบีย และประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ชะลอการโจมตีทางทหารต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่วางแผนไว้ เนื่องจากขณะนี้กำลังมีการเจรจาอย่างจริงจัง และในความเห็นของพวกเขาในฐานะผู้นำและพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ จะมีการบรรลุข้อตกลงซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างมากสำหรับสหรัฐอเมริกา ตลอดจนทุกประเทศในตะวันออกกลางและที่อื่น ๆ”
เขาเสริมว่า “ข้อตกลงนี้จะรวมถึงสิ่งสำคัญคือ อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์! ด้วยความเคารพที่ผมมีต่อผู้นำที่กล่าวถึงข้างต้น ผมจึงได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม พีต เฮกเซธ, ประธานคณะเสนาธิการร่วม พลเอก แดเนียล เคน และกองทัพสหรัฐฯ ว่า เราจะไม่ทำการโจมตีอิหร่านตามกำหนดการในวันที่ 19 พ.ค. แต่ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมที่จะดำเนินการโจมตีอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบและใหญ่โตได้ทันที หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ยอมรับได้”
ทรัมป์กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามที่เขาเป็นผู้เปิดฉากขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยแสดงความหวังว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงยุติสงครามแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้นจริง
ความเคลื่อนไหวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่ อิสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ยืนยันว่า อิหร่านได้ส่งข้อเสนอล่าสุดให้ฝั่งสหรัฐฯ ผ่านทางปากีสถานแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด
“แม้ข้อเท็จจริงคือฝ่ายอเมริกาจะประกาศต่อสาธารณะว่าข้อเสนอนี้ถูกปฏิเสธไปแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังคงได้รับเงื่อนไขและข้อเสนอแก้ไขปรับปรุงจากพวกเขาผ่านปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลาง ดังนั้น นับตั้งแต่วันถัดจากที่จุดยืนของเราถูกส่งไปยังฝ่ายอเมริกาผ่านทางปากีสถาน เราจึงได้รับชุดข้อเสนอจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งได้รับการพิจารณาทบทวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และตามที่มีการประกาศไปเมื่อวานนี้ จุดยืนของเราก็ได้ถูกส่งกลับไปยังฝ่ายอเมริกาแล้วเช่นกัน” บากาอีกล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวในปากีสถานยืนยันว่า รัฐบาลอิสลามาบัดได้ส่งต่อข้อเสนอล่าสุดให้กับสหรัฐฯ แล้ว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าความคืบหน้าเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนเงื่อนไขไปเรื่อยๆ พร้อมเสริมว่า เราเหลือเวลาไม่มากแล้ว
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ข้อเสนอของอิหร่านในหลาย ๆ ด้านยังคงคล้ายกับข้อเสนอก่อนหน้านี้ ซึ่งทรัมป์ได้ปฏิเสธไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยข้อเสนอใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การรับประกันการยุติสงครามเป็นอันดับแรก รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางทะเล ส่วนประเด็นโครงการนิวเคลียร์และการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านที่ยังเป็นที่ถกเถียง จะถูกยกยอดไปหารือในการเจรจารอบต่อ ๆ ไป
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านตั้งข้อสังเกตว่า ท่าทีของวอชิงตันดูเหมือนจะอ่อนลง โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะปลดล็อกทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในธนาคารต่างประเทศราว 1 ใน 4 คิดเป็นมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านดอลลาร์ แต่อิหร่านต้องการให้ปล่อยทรัพย์สินทั้งหมด
นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ แสดงความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยยอมให้อิหร่านดำเนินกิจกรรมทางนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพบางส่วนต่อไปได้ ภายใต้การควบคุมดูแลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
ล่าสุด ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ระบุว่าผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า รัฐบาลเตหะรานจะไม่ยอมละทิ้งสิทธิ์ชอบธรรมของตน ท่ามกลางการเจรจากับสหรัฐฯ การเจรจาไม่ได้หมายถึงการยอมจำนน พร้อมย้ำว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างถึงที่สุด
อิหร่านเผย ข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ครอบคลุมการชดเชยความเสียหาย-การถอนทหารสหรัฐฯ
สื่อของรัฐอิหร่าน IRNA รายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า ข้อเสนอสันติภาพล่าสุดที่เสนอต่อสหรัฐฯ ครอบคลุมการยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน การถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่ใกล้กับอิหร่าน และการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากสงคราม
ในการแสดงความคิดเห็นครั้งแรกของเตหะรานเกี่ยวกับข้อเสนอนี้ คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า เตหะรานยังต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัด และยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อประเทศอิหร่าน
เงื่อนไขที่ระบุในรายงานของอิหร่านดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากข้อเสนอก่อนหน้านี้ของอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเป็น "ขยะ"
การิบาบาดีเน้นย้ำถึง “สิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะและใช้ประโยชน์จากสิทธิทางนิวเคลียร์อย่างสันติ”
“อารักชี” โทษสหรัฐฯ เป็นสาเหตุของอุปสรรคทางการทูต
วันที่ 19 พ.ค. สำนักข่าว ISNA ของอิหร่านรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวว่า “พฤติกรรมที่ขัดแย้งและเกินเลย” ของสหรัฐฯ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจาทางการทูต
ระหว่างการพบปะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยปากีสถาน อารักชีอ้างถึงการละเมิดคำมั่นสัญญาในอดีตว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้อิหร่านไม่ไว้วางใจรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างมาก พร้อมเสริมว่าการที่เตหะรานเข้าร่วมการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งนั้นมาจาก “มุมมองที่รับผิดชอบ” อย่างแท้จริง
อิสราเอลจับลูกเรือชาวออสเตรเลีย
กระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียแจ้งว่า ออสเตรเลีย “กำลังเร่งขอการยืนยันเกี่ยวกับสวัสดิภาพของชาวออสเตรเลียที่เชื่อว่าถูกควบคุมตัว” โดยอ้างถึงการสกัดกั้นเรือส่งความช่วยเหลือฉนวนกาซาในน่านน้ำสากลเมื่อวันที่ 18 พ.ค. และการลักพาตัวผู้เข้าร่วมขบวนเรือ โดยกองกำลังอิสราเอล
โฆษกกล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราจะยังคงชี้แจงอย่างชัดเจนถึงความคาดหวังของเราว่าผู้ถูกควบคุมตัวทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมตามบรรทัดฐานสากล”
แถลงการณ์เพิ่มเติมว่า “เราเข้าใจว่าผู้คนต้องการตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา แต่เรายังคงเรียกร้องให้ชาวออสเตรเลียอย่าเข้าร่วมกับผู้อื่นที่พยายามฝ่าฝืนการปิดล้อมทางทะเลของอิสราเอล เพราะพวกเขาจะทำให้ตนเองและผู้อื่นตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ การเสียชีวิต การถูกจับกุม หรือการเนรเทศ”
มีรายงานว่าชาวออสเตรเลีย 11 คนอยู่ในกลุ่มอาสาสมัครหลายร้อยคนที่เข้าร่วมขบวนเรือช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซา ซึ่งถูกกองทัพอิสราเอลควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย
ยอดผู้เสียชีวิตในเลบานอนจากการโจมตีของอิสราเอล ทะลุ 3,000 รายแล้ว
กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศจากการโจมตีของอิสราเอลระหว่างความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค. ได้ทะลุ 3,000 คนแล้ว
โดย ณ วันที่ 18 พ.ค. กระทรวงฯ ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่ 3,020 คน ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม
เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เมื่อกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงจรวดใส่อิสราเอลหลังจากที่อิสราเอลสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเลบานอนและอิสราเอลจะตกลงกันเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า จะขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 45 วัน โดยทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเจรจากันอีกครั้งในช่วงต้นเดือน มิ.ย.
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า มากกว่า 400 คนเสียชีวิตหลังข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากทั้งสองฝ่าย
แต่นับตั้งแต่มีการประกาศขยายเวลาหยุดยิงล่าสุด การโจมตีของอิสราเอลต่อเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วเลบานอนตอนใต้และหุบเขาเบกาได้ดำเนินต่อไป ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. มีการโจมตีครั้งใหญ่ในหมู่บ้านกว่า 20 แห่ง โดยมีเพียง 9 แห่งเท่านั้นที่มีการแจ้งเตือนให้อพยพก่อนการโจมตี
ต่อมาในวันเดียวกันนั้น ฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่านักรบของพวกเขาได้โจมตีค่ายทหารยาอาราทางตอนเหนือของอิสราเอลด้วยฝูงโดรน
กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่า ทหารเสียชีวิต 1 นายระหว่างการสู้รบ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 20 นาย นอกจากนี้พลเรือนเสียชีวิตอีก 4 ราย
กองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่แคบ ๆ ยาวประมาณ 10 กิโลเมตรจากชายแดนเลบานอน ซึ่งยึดครองได้ระหว่างความขัดแย้ง
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / The Guardian