องค์การอวกาศนาซา (NASA) ได้เปิดเผยรายละเอียดของหุ่นยนต์ลงจอด โดรน และยานพาหนะที่ตั้งเป้าจะส่งไปยังดวงจันทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างฐานบนดวงจันทร์ของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค. นาซาประกาศโครงการมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างฐานถาวรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์ที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์ภายในปี 2032
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. จาเร็ด ไอแซคแมน ผู้บริหารนาซากล่าวว่า การประกาศดังกล่าวหมายความว่า “สหรัฐฯ จะไม่ยอมปล่อยดวงจันทร์อีกต่อไป” ฐานดังกล่าวจะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ขุดทรัพยากรที่มีค่า และเดินทางไปยังดาวอังคารได้ง่ายขึ้น
แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า กรอบเวลาของนาซานั้นไม่สมจริง เพราะแม้ว่าสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศ 4 คนไปโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจอาร์เทมิส 2 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าจีนน่าจะเป็นประเทศต่อไปที่จะส่งมนุษย์ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์
ดร. ซิเมียน บาร์เบอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์จากมหาวิทยาลัยโอเพน กล่าวว่า “ผมจะไม่แปลกใจเลยหากจีนไปถึงที่นั่นก่อน” โดยอ้างถึงความล้มเหลวของนาซาในการจัดหาพาหนะที่สามารถส่งมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์ได้
ทั้งนี้ โครงการฐานบนดวงจันทร์ “อิกนิชัน” (Ignition) ของนาซามี 3 ขั้นตอน
ก่อนที่มนุษย์จะเดินทางไปดวงจันทร์ องค์การอวกาศนาซาต้องการส่งหุ่นยนต์ลงจอดและโดรนไปสำรวจและทำแผนที่ภูมิประเทศของดวงจันทร์ก่อน
นอกจากนี้ยังจะมีการสร้างยานขนส่งที่สามารถขับนักบินอวกาศไปบนพื้นผิวดวงจันทร์และบรรทุกอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ได้
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา นาซาประกาศว่า บริษัทต่าง ๆ รวมถึง Blue Origin, Intuitive Machines และ Astrobotic ได้รับสัญญาในการสร้างเครื่องจักรเหล่านี้
นาซาต้องการให้ยานลงจอดบนดวงจันทร์ของ Blue Origin ที่ชื่อว่า Endurance สามารถลงจอดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการนำทางและการควบคุมแบบอัตโนมัติ ส่วนยานลงจอด Griffin-1 ของ Astrobotic คาดว่าจะลงจอดที่ปล่องหลุม Nobile ใกล้ขั้วโลกใต้
เครื่องจักรเหล่านี้จะส่งมอบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ให้กับนาซาด้วย รวมถึงกล้องความละเอียดสูงและเครื่องมือที่ใช้แสงเลเซอร์สะท้อนเพื่อช่วยในการลงจอดของยาน
คาร์ลอส การ์เซีย-กาแลน ผู้บริหารโครงการฐานบนดวงจันทร์ กล่าวว่า การสำรวจด้วยหุ่นยนต์ครั้งนี้คาดว่าจะดำเนินไปจนถึงปี 2029 โดยจะมีการปล่อยยาน 25 ครั้งไปลงจอดบนดวงจันทร์
จากนั้น นาซาต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์ รวมถึงเครื่องปฏิกรณ์ฟิชชัน
ภายในปี 2032 นาซาต้องการให้มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ในที่อยู่อาศัยแบบกึ่งถาวรได้
ยานสำรวจจะช่วยให้นักบินอวกาศสามารถเดินทางระยะไกลบนพื้นผิวที่เป็นหินได้
ขั้วใต้ของดวงจันทร์มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำแข็งสามารถนำมาใช้เป็นน้ำดื่มหรือผลิตออกซิเจนได้
อย่างไรก็ตาม แผนการของนาซาขึ้นอยู่กับยานอวกาศที่พร้อมใช้งานซึ่งสามารถขนส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย
บาร์เบอร์บอกว่า “ขั้นตอนที่จำกัดที่สุดคือการส่งนักบินอวกาศลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ สำหรับผมแล้ว ดูเหมือนว่านาซาจะรู้สึกว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเริ่มบอกว่าพวกเขามีแผนการแล้ว ดังนั้นผมคิดว่ามีแรงผลักดันทางการเมืองมากมายอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
เรียบเรียงจาก BBC