หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขอให้ปรับแก้หลายประเด็นในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ผู้แทนเจรจาของสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน เพิ่งเห็นชอบร่วมกันไปก่อนหน้านี้ เพราะอยากให้เงื่อนไขมีความรัดกุมและเข้มงวดขึ้น
เบื้องต้น สหรัฐอเมริกาได้ประสานงานกับปากีสถาน ซึ่งเป็นคนกลาง เพื่อถ่ายทอดเงื่อนไขที่ปรับแก้ทั้งหมด ก่อนส่งกลับไปให้อิหร่านพิจารณา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 วัน เนื่องจากการติดต่อกับคณะผู้นำของอิหร่านเป็นไปอย่างลำบาก
รายงานข่าว ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า รายละเอียดในส่วนใดบ้างที่ถูกแก้ไข แต่สำนักข่าว Axios ของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า ทรัมป์ต้องการให้เน้นย้ำประเด็นสำคัญหลายประเด็น ที่ตัวเขาเองรู้สึกว่ามีความสำคัญ ทั้งนี้ ในร่างข้อตกลงปัจจุบันที่ผู้แทน 2 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ระบุเพียงแค่ว่า อิหร่านจะต้องยึดมั่นในหลักการที่จะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังไม่มีการอ่อนข้อในเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงที่มากไปกว่านั้น
ซึ่ง ทรัมป์ ต้องการให้เพิ่มเงื่อนไขเกี่ยวกับวิธีการที่สหรัฐอเมริกา จะได้ครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน และจะทำอย่างไรต่อไป รวมถึงกรอบเวลาที่แน่ชัดในการดำเนินการ นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังต้องการให้ปรับเปลี่ยนถ้อยคำในบางจุด ที่เกี่ยวข้องกับการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย
การปรับแก้เงื่อนไขรอบนี้ อาจทำให้การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อออกไปอีกหลายวัน ก่อนที่จะได้ข้อสรุปจริงๆ ว่าข้อตกลงนี้จะช่วยยุติสงครามได้หรือไม่
แหล่งข่าวของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า ก่อนหน้านี้ ร่างข้อตกลงที่ผู้แทนเจรจาเห็นชอบในหลักการ ยังคงอยู่บนโต๊ะทำงานของ ทรัมป์ รอเพียงการลงนามเห็นชอบในขั้นสุดท้าย แต่ ทรัมป์ ไม่ยอมตัดสินใจ แม้จะผ่านพ้นการประชุมกับฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ด้านสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่าน รายงานรายละเอียดบางส่วนในร่างข้อตกลง โดยอ้างว่าสหรัฐอเมริกา จะยอมปลดล็อกอายัดทรัพย์สินมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ภายใน 60 วัน ซึ่งอิหร่านถือว่านี่เป็นเงื่อนไขเบื้องต้น ที่สำคัญที่สุด หากยังไม่มีการจ่ายเงิน อิหร่านจะไม่เดินหน้าเจรจาในขั้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ทันที โดยบอกว่าสื่ออิหร่านกุข่าวขึ้นเอง และจะไม่มีการแลกเปลี่ยนเงินใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ที่ผ่านมา ทรัมป์ เน้นย้ำเสมอว่า เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงที่จะเกิดขึ้น ต้องรวมถึงการที่อิหร่านตกลงจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และตนจะยอมลงนามเอกสาร เมื่อข้อตกลงเป็นประโยชน์กับสหรัฐอเมริกา และตรงตามเงื่อนไขสำคัญที่ยืนกรานไว้เท่านั้น
ด้าน พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์นอกรอบการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ว่า สหรัฐอเมริกา พร้อมจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันเพื่อยุติสงครามได้