อเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ ผู้ว่าการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซียและบ้านเกิดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งใน 3 พื้นที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นโครงสร้างประเภทใดบ้างและขอบเขตของความเสียหายมากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าแรงระเบิดส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่คลังน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ออยล์ เทอร์มินอล ซึ่งเป็นศูนย์บริหารจัดการน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย
ขณะเดียวกันโดรนส่วนหนึ่งได้มุ่งเป้าโจมตีฐานทัพเรือโครนสตัดท์ ที่ตั้งอยู่ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกด้วย
ส่วนทางการภูมิภาคเลนินกราด ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซียเช่นเดียวกับเมืองเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก รายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดโดรนตกในพื้นที่ได้ถึง 50 ลำ
เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ท่าอากาศยานปูลโกโว ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเซนต์ปีเตอส์เบิร์กต้องสั่งปิดให้บริการชั่วคราวนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้เที่ยวบินขาออกมากกว่า 20 เที่ยวบินต้องดีเลย์หรือถูกยกเลิก
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน พุ่งเป้าไปยังคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และสถานที่สำคัญทางทหารของมหานครแห่งนี้ด้วย
การโจมตีดังกล่าวของยูเครนที่เกิดขึ้นกับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในเวลานี้ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง ก่อนงานประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หรือที่เรียกกันว่า “รัสเซียดาวอส” จะเริ่มต้นด้วย
โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลยูเครนระบุเสริมว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางและลดความน่าเชื่อถือของงานประชุมทางเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งประธานาธิบดีปูติน มีกำหนดการที่จะเดินทางมาร่วมงานและขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญในวันที่ 5 มิถุนายนนี้