อเล็กซานเดอร์ ดรอซเดนโก ผู้ว่าราชการภูมิภาคเลนินกราด ระบุว่า ยูเครนใช้โดรนถล่มภูมิภาคเลนินกราด โดรนมากกว่า 140 ลำถูกยิงสกัดได้ ส่วนโดรนที่เล็ดลอดเข้ามาโจมตีก่อให้เกิดความเสียหาย มีเหตุไฟไหม้บริเวณอาคารที่ทำการทหาร แต่ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก และได้มีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่
ส่วน อเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ ผู้ว่าการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้ขอให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่อาคาร ไม่ออกมาด้านนอก ซึ่งเป็นการออกเตือนประชาชนครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ระบุว่า กองทัพยูเครนได้ทำการโจมตีเป้าหมายคือ คลังแสง และฐานทัพเรือ เพื่อเป็นการตอบโต้รัสเซียที่ทำการโจมตียูเครนไปเมื่อครั้งก่อน ซึ่งการถล่มโดรนในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียง 1 วันภายหลัง วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำของรัสเซียออกมาประกาศว่า เขาจะไม่พบกับเซเลนสกี เพื่อทำการเจรจาโดยตรง ในการยุติสงครามยูเครน
นอกจากนี้ เซเลนสกี ยังระบุอีกว่า โดรนของยูเครนเดินทางมากกว่า 1,000 เมตร ไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พุ่งเป้าไปยังคลังแสงของศัตรูที่ฐานทัพเรือในเมืองครอนสตัดต์ ฐานทัพเรือสำคัญของรัสเซียในทะเลบอลติก
นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีคลังน้ำมันที่อยู่ห่างจากเมืองคราสโนดาร์ไปทางใต้ราว 500 กิโลเมตร ซึ่งเซเลนสกี้ระบุว่า นี่คือ "การคว่ำบาตรระยะไกล" ต่อรัสเซียด้วยถ้อยคำที่สุภาพ
กรมทหารที่ 413 หน่วยทหารที่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้ เปิดเผยต่อ BBC ว่า การโจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซียในครั้งนี้ "ง่ายมาก" เพราะไร้การป้องกันภัยทางอากาศ
ทางกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกมาอ้างว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นโดรนของยูเครนได้ 339 ลำ การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับการประชุมเศรษฐกิจครั้งสำคัญของปูติน ที่เป็นการประชุมที่ต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ มีแขกเข้าร่วมการประชุมจาก 130 ประเทศ รวมไปถึง คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ ที่เดินทางมาเข้าร่วมเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดียูเครนได้เปิดจดหมายเปิดผนึกต่อประธานาธิบดีรัสเซีย เรียกร้องให้มีการหยุดยิง และทำการเจรจาแบบตัวต่อตัว เพื่อการยุติสงครามที่ยืดเยื้อนี้ และไม่ควรที่จะรอให้สหรัฐฯ หันมาสนใจสงครามรัสเซีย-ยูเครนอีกครั้ง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการยุติความขัดแย้งนี้ แต่สหรัฐฯ กำลังติดพันกับการทำสงครามอิหร่าน
ซึ่งทางประธานาธิบดีรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธการพบกับเซเลนสกี พร้อมยืนกรานในจุดยืนว่า การหยุดยิงจะทำให้ยูเครนสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ และเขาเป็นเพียงผู้เดียวที่จะยุติสงครามครั้งนี้ด้วยตนเอง