เป็นที่ถูกพูดถึงสำหรับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS หลัง ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความเห็นว่าจะใช้กลไกดังกล่าวเพื่อหาทางออกกรณีชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติ ซึ่งเป็นกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ หลังจากที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ปี พ.ศ.2544 หรือ MOU 44
สำหรับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea 1982 หรือ UNCLOS) ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดในการกำหนดสิทธิ หน้าที่ และเขตอำนาจของรัฐต่าง ๆ ในมหาสมุทรและทะเลทั่วโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น รัฐธรรมนูญแห่งท้องทะเลโลก
จุดเริ่มต้น
UNCLOS มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลครั้งที่ 3 ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1973 ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ.1982 ที่เมืองมอนเตโกเบย์ ประเทศจาเมกา ก่อนจะมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ.1994 หลังจากมีจำนวนประเทศให้สัตยาบันครบตามเงื่อนไขที่กำหนด
อนุสัญญาฉบับนี้เกิดขึ้นจากความพยายามของประชาคมโลกในการสร้างกฎเกณฑ์ร่วมสำหรับการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินเรือ การประมง การสำรวจและใช้ทรัพยากรใต้ทะเล การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมถึงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางทะเล
ประเด็นสำคัญของ UNCLOS
น่านน้ำภายใน
- น่านน้ำทางด้านแผ่นดินของเส้นอาณาเขต ที่ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ
- ชายฝั่งของรัฐที่อยู่ภายในน่านน้ำ มีสิทธิในการออกกฎหมาย
- เรือต่างชาติไม่มีสิทธิในการผ่านน่านน้ำภายหรือแวะจอดได้
ทะเลอาณาเขต
- การกำหนดความกว้างของทะเลอาณาเขต มีความกว้าง ไม่เกิน 12 ไมล์ทะเล
- อธิปไตยของทะเลอาณาเขตขยายไปยังอาณาเขตทางบกทางน้ำ ในประเทศของตน
เขตต่อเนื่อง
- การกำหนดความกว้างของทะเลอาณาเขต มีความกว้าง ไม่เกิน 24 ไมล์ทะเล
- เป็นเขตที่ต่อเนื่องกับทะเลที่อยู่ในอาณาเขตของตน เรียกว่า “เขตต่อเนื่อง”
- ช่วยป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมายในประเทศของตน
เขตเศรษฐกิจจำเพาะ
- การกำหนดความกว้างของทะเลอาณาเขต มีความกว้าง ไม่เกิน 200 ไมล์ทะเล
- เป็นบริเวณที่ประชิดกับทะเลอาณาเขต ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศชายฝั่ง
- ชายฝั่งรัฐ มีหน้าที่สิทธิในการสำรวจและอนุรักษ์ จัดการทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งสิ่งมีชีวิต ไม่มีชีวิต บนบก และใต้น้ำของท้องทะเลนั้น
- มีสิทธิในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ ทางเศรษฐกิจในเขต เช่น การผลิตพลังงานจากน้ำ กระแสน้ำและกระแสลม เป็นต้น
- ชายฝั่งรัฐจะต้องคำนึงถึงสิทธิตามสมควรของรัฐอื่น ๆ รวมถึงต้องปฏิบัติในลักษณะที่สอดคล้องกับอนุสัญญานี้
เขตทะเลหลวง
- เสรีภาพแห่งทะเลหลวง คือ มีการเปิดให้รัฐอื่น สามารถใช้เสรีภาพแห่งทะเลหลวงทั้งในทะเลและชายฝั่งทะเลหลวง เช่น สามารถเดินเรือ เสรีในการบินผ่าน เสรีในทางวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (แต่ยังอยู่ภายใต้ข้อบังคับ) เป็นต้น
- การใช้เสรีภาพทางทะเลหลวง ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐอื่น ๆ ในการใช้เสรีภาพทะเลหลวงของรัฐนั้น ๆ ภายใต้อนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง
ไหล่ทวีป
- ไหล่ทวีปของชายฝั่ง ประกอบไปด้วย พื้นดินท้องทะเล ขยายเลยทะเลอาณาเขตของรัฐ ต่อไปยังดินแดนธรรมชาติดินแดนทางบก ไปถึงขอบทวีป หรือระยะห้ามเกิน 200 ไมล์ทะเล
- ขอบทวีปส่วนต่อทางน้ำ ประกอบไปด้วย พื้นดินท้องทะเล ดินใต้ผิวของส่วนไหล่ ส่วนลาดและส่วนชัน ขอบทวีป ไม่รวมพื้นลึกใต้มหาสมุทรที่มีแนวสันเขา หรือดินใต้ผิวที่อยู่บริเวณนั้น
- รัฐชายฝั่งจะต้องส่งมอบแผนที่และข้อสนเทศที่เกี่ยวข้อง ให้กับเลขาธิการสหประชาชาติรักษาเก็บไว้
UNCLOS สำคัญอย่างไร?
สหประชาชาติระบุว่า UNCLOS วางระเบียบทางกฎหมายสำหรับมหาสมุทรและทะเลของโลก โดยกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับการใช้ประโยชน์จากทะเลและทรัพยากรทางทะเลในทุกมิติ พร้อมยึดหลักว่าปัญหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่มหาสมุทรมีความเชื่อมโยงกันและควรได้รับการจัดการอย่างเป็นองค์รวม
ด้วยเหตุนี้ UNCLOS จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยทางทะเล ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเป็นกรอบอ้างอิงหลักในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
กลไกระงับข้อพิพาทภายใต้ UNCLOS
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของอนุสัญญาคือการกำหนดกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐสมาชิก เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ สามารถแก้ไขความขัดแย้งเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลหรือการใช้ทรัพยากรทางทะเลโดยสันติวิธี ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ แทนการใช้กำลังหรือการเผชิญหน้า
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา UNCLOS ถูกนำมาใช้อ้างอิงในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลหลายกรณีทั่วโลก และยังคงเป็นหลักกฎหมายสำคัญที่รัฐต่าง ๆ ใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาและกำหนดแนวเขตทางทะเลระหว่างกัน
ที่มา: กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ / United Nations / United Nations Convention on the Law of the Sea