กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม X ยืนยันว่าการบังคับใช้มาตการปิดล้อมทางทะเล ที่รวมถึงการห้ามเรือต่าง ๆ เดินทางเข้าออกท่าเรืออิหร่านได้ยุติลงแล้ว ตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
โดยข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กำหนดให้ปฏิบัติการทางทหารต้องยุติในทุกแนวรบ และต้องกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่เมื่อวานนี้ รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ บันทึกความเข้าใจ หรือ MoU กับอิหร่าน ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ
แวนซ์ ย้ำว่า อิหร่านจะไม่ได้รับเงินหรือการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร หากไม่ปฏิบัตติตามข้อผูกมัดที่กำหนดไว้ใน MoU พร้อมทั้งเสริมว่าอิหร่านจะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากข้อตกลงนี้ จนกว่าอิหร่านจะแสดงให้เห็นว่าได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งต้องทำลายแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและหยุดให้เงินสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธตัวแทนในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯยังระบุว่าข้อตกลงกับอิหร่านมีผลยังคับใช้ในทันที ซึ่งปูทางไปสู่การเจรจาขั้นต่อไปที่จะใช้เวลา 60 วัน และตนเองต้องการที่จะเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์เช่นกันเพื่อพูดคุยกับอิหร่านทางเทคนิค แต่ยังไม่เปิดเผยกำหนดการ
ด้านรัฐบาลปากีสถาน ชาติตัวกลางการเจรจา เปิดเผยว่าวันนี้จะไม่มีพิธีลงนาม MoU ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ เพราะผู้นำทั้งสองชาติได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ผ่านระบบสื่อสารทางไกล แต่ตัวแทนของสหรัฐฯ และอิหร่านยังมีกำหนดพบกันที่สวิตเซอร์แลนด์เช่นเดิมเพื่อพูดคุยกัน
ในเวลาเดียวกัน มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้แสดงความคิดเห็นเป็นครั้งแรกต่อการจัดทำ MoU กับสหรัฐฯ
ผู้นำอิหร่านเปิดเผยว่าในเบื้องต้น ตนเองไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้ แต่ได้อนุญาตให้กระบวนการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะได้รับหลักประกันจากประธานาธิบดี มาซูด เปเซสเคียน
นอกจากนี้ คาเมเนอี ยังวิจารณ์ว่า ประธานาธิบดี ทรัมป์ กำลังจนตรอก และต้องใช้ทุกกลไกเพื่อทำให้ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นให้ได้
อย่างไรก็ตาม คาเมเนอี เปิดเผยว่า ในอนาคตจะมีการเจรจาแบบตัวต่อตัวระหว่างรัฐบาลอิหร่านและรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ย้ำว่าความเคลื่อนไหวเช่นนี้ไม่ใช่การยอมรับจุดยืนของฝ่ายศัตรู
ด้านประธานาธิบดี ทรัมป์ ยังไม่แสดงความเห็นตอบโต้คำพูดของคาเมเนอี แต่ได้โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ ทรูธ โซเชียลแสดงความคาดหวังว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นในทุกแนวรบ รวมทั้งในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กำลังต่อสู้กัน ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางรักษาสัญญาในการสยับสนุนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านให้เกิดขึ้น