สำนักข่าวเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานประกาศทำเนียบขาวเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เลื่อนกำหนดการเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการเจรจากับอิหร่าน หลังก่อนหน้านี้เปิดเผยว่าจะเดินทางในวันที่ 19 มิถุนายน ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่อการหารือในระยะถัดไปเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสองชาติ
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกับที่ แวนซ์ จัดแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเพื่อปกป้องข้อตกลงเบื้องต้นในการยุติสงคราม
โดยระหว่างการแถลงข่าว เขายอมรับว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะสามารถเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ได้หรือไม่ แม้เดิมทีเขาถูกคาดหมายว่าจะเข้าร่วมและกำกับดูแลพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
แวนซ์ กล่าวว่า แผนเดิมของเขาคือการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาได้อย่างชัดเจน พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงคาดหวังให้การเจรจาทางเทคนิคเริ่มต้นขึ้นภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แม้สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแผนดังกล่าวจะต้องเลื่อนออกไป หลังจากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศว่า ประธานาธิบดีอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในรูปแบบดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว และไม่มีความจำเป็นต้องจัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการที่สวิตเซอร์แลนด์อีกต่อไป
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารฉบับเดียวกันเป็นครั้งที่สองเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ในฝรั่งเศส หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลงนามในรูปแบบดิจิทัลไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7
แถลงการณ์จากทำเนียบขาวระบุว่า แผนการสำหรับการหารือทางเทคนิคยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย แม้ว่าคณะผู้แทนสหรัฐฯ จะเตรียมพร้อมออกเดินทางทันทีที่มีความชัดเจนก็ตาม
“แผนการสำหรับการหารือทางเทคนิคที่กำลังจะเกิดขึ้นยังไม่ได้รับการสรุป และคณะผู้แทนสหรัฐฯ พร้อมออกเดินทางในโอกาสแรกที่เป็นไปได้ แต่การจัดการด้านโลจิสติกส์ของการเจรจาเหล่านี้ไม่เคยง่ายหรือสามารถคาดการณ์ได้” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ ทำเนียบขาวยืนยันว่า ยังคงต้องการเริ่มการเจรจาทางเทคนิคกับอิหร่านโดยเร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ แวนซ์ ระบุว่า เขาจะเป็นผู้นำคณะเจรจาของสหรัฐฯ เพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์กับอิหร่าน แต่ข้อตกลงดังกล่าวกำลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ จากฝ่ายการเมืองในสหรัฐฯ ที่มองว่าอาจมอบผลประโยชน์ให้อิหร่านมากเกินไป โดยที่ยังไม่มีหลักประกันเพียงพอว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลทรัมป์เคยประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงคราม
ที่มา: The New York Times