รายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคนงาน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมว่า โลกกำลังเผชิญกับเหตุการณ์และสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ส่งผลให้เกิดการเผชิญหน้า และความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น ยุโรป และตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ว่าทำให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีอันตรายยิ่งขึ้น
ด้วยการยกระดับความร่วมมือด้านนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิมย้ำว่า ทั้งสองประเทศมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว คือการโจมตีเกาหลีเหนือ
ดังนั้น การขยายและเสริมสร้างขีดความสามารถของกองกำลังนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง และการใช้สถานะของประเทศในฐานะรัฐอาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบ จึงเป็นหนทางที่ถูกต้องและเป็นเพียงวิธีเดียวในการรับมือเชิงรุกและมั่นใจกับสถานการณ์ทางทหาร และการเมืองระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้มากขึ้นในหลายมิติ
นอกจากนี้ คิมยังสั่งการให้มีการเสริมกำลังอาวุธตามแบบ และเร่งรัดการต่อเรือเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถีเชิงยุทธศาสตร์ขนาด 10,000 ตันอีกด้วย
โดยระหว่างปี 2006 ถึง 2017 ได้ทำการทดลองนิวเคลียร์ใต้ดินมาแล้ว 6 ครั้ง อีกทั้งยังมีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและเร่งผลิตวัสดุนิวเคลียร์เพื่อขยายคลังแสง
นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังประสบความสำเร็จในการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์และยิงได้ไกลถึงสหรัฐอเมริกาและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก