กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ทหารสหรัฐฯ นายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ทางตอนเหนือของอิรัก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระหว่างจุดระเบิดแบบควบคุมวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานในโดรนพลีชีพของอิหร่านที่ถูกยิงตก นอกจากนี้ ยังมีทหารอีก 1 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และยังอยู่ระหว่างการรักษาตัว
นอกจากนี้ CENTCOM ยังระบุว่า ตรวจพบร่างที่ไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในจอร์แดน ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่อิหร่านโจมตีตอบโต้ ส่งผลให้มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 นาย และสูญหายอีก 1 นายก่อนหน้านี้
การสูญเสียครั้งนี้ทำให้ยอดรวมทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตในสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 5 เดือน เพิ่มเป็น 17 นายแล้ว โดยเหตุการณ์โจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องหลายวันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ประกอบกับคำมั่นของรัฐบาลวอชิงตันที่จะแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน ยิ่งทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นว่า ความขัดแย้งจะยิ่งทวีความรุนแรงและลุกลามจนเกินควบคุม
ขณะเดียวกัน องค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่าน (AEOI) อ้างว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าดาร์โคฮวิน ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนอิรัก
ขณะที่คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาเตือนว่า การโจมตีดังกล่าวจะได้รับการตอบโต้ที่เหมาะสม
ด้านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ระบุว่ากำลังตรวจสอบรายงานเหตุโจมตีในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่านดังกล่าว
โดย IAEA ชี้ว่า โรงไฟฟ้าดาร์โคฮวินยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการก่อสร้าง ซึ่งการโจมตีไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงจากรังสีนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม IAEA ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศอิรักระบุในแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (19 ก.ค.) ว่า นายกรัฐมนตรีอาลี อัล-ไซดี ของอิรัก มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงเตหะรานในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจหลายฉบับด้านความร่วมมือ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีและรักษาผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างอิรักและอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากผู้นำอิรักได้พบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐบาลอิรักกำลังพยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับอิหร่าน ควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ
ที่ผ่านมา อิรักมักทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ โดยใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองประเทศในการส่งเสริมการเจรจา และช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในภูมิภาคลุกลามรุนแรงไปมากกว่านี้