กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โพสต์ข้อความเปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุดเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันพฤหัสบดี ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐฯ นับเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการทางทหารต่ออิหร่าน
ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ รอบล่าสุดเมื่อวานนี้ได้ขยายขอบเขตขึ้นสู่พื้นที่ทางตอนบนของอิหร่านมากขึ้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในพื้นที่บริเวณทางตอนใต้ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยกรุงเตหะราน ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เผชิญกับการโจมตีด้วยเช่นกัน
เจ้าหน้าที่อิหร่านเปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ การโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 35 คน และบาดเจ็บมากกว่า 300 คน
นอกจากนี้ สื่อของอิหร่านยังรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดี สหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธเข้าใส่พื้นที่บางส่วนของเมืองท่าบันดาร์อับบาสและเกาะเกชม์ ซึ่งอิหร่านใช้เป็นสถานที่เก็บโดรนและขีปนาวุธ ขณะที่อิหร่านยังคงตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตี 3 ชาติเพื่อนบ้านที่สหรัฐฯ ใช้เป็นฐานทัพ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต และจอร์แดน
ด้านองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หรือ IRIB รายงานเมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้งในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองบันดาร์อับบาส ทว่ายังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของเสียงระเบิดดังกล่าว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ด้านนายกรัฐมนตรี อาลี อัล ไซดี แห่งอิรัก ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เมืองเออร์บิลในภูมิภาคเคอร์ดิสถานเผชิญเหตุโดรนโจมตีในช่วงค่ำ แต่โดรนลำดังกล่าวถูกสกัดไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ทางการอิรักได้ระงับการขนถ่ายน้ำมันดิบทุกแห่งที่เมืองเออร์บิลเป็นระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากโดรนลำหนึ่งพุ่งเข้าชนเรือขนส่งน้ำมันที่เมืองบาสรา ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติอีกครั้ง
ส่วนสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้พบว่า การจราจรในเส้นทางดังกล่าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทะกันอีกครั้ง
ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามการเดินเรือเคปเลอร์แสดงให้เห็นว่า มีเรือ 9 ลำแล่นผ่านช่องแคบในวันที่ 15 กรกฎาคม โดยส่วนใหญ่เดินทางไปยังอิหร่าน ลดลงจาก 13 ลำในวันก่อนหน้า