โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียล เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ทุกครั้งที่อิหร่านสังหารทหารอเมริกัน พวกเขาจะต้องชดใช้เป็นทวีคูณ โดยเขาได้ออกคำสั่งไปยังพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม แดเนียล เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม และผู้บังคับบัญชาทุกคนในกองทัพแล้ว
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอีก 3 นายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นทหาร 2 นายที่ฐานทัพในจอร์แดน และอีก 1 นายทางตอนเหนือของอิรัก
กองทัพยังคงตรวจสอบร่างที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ ซึ่งพบในบริเวณจุดโจมตีในจอร์แดน โดยเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตัวเลขทหารที่เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก จนถึงขณะนี้ มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตในสงครามกับอิหร่านแล้ว 17 นาย และบาดเจ็บอีกราว 430 นาย
ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะร่วมพิธีรับศพทหารที่เสียชีวิตในสงครามกับอิหร่านในวันอังคาร ที่ฐานทัพอากาศโดเวอร์
ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า คำสั่งเฉพาะเจาะจงที่ทรัมป์ส่งถึงกระทรวงกลาโหมคืออะไร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุโจมตีจนมีทหารเสียชีวิตในจอร์แดน สหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายอากาศยานทางทหารเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว
ล่าสุด กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบใหม่เมื่อเวลา 03.00 น. วันนี้ ตามเวลาประเทศไทย เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนับเป็นการโจมตีติดต่อกันเป็นคืนที่ 10
หลังจากที่ CENTCOM ประกาศได้ไม่นาน ก็มีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นในพื้นที่ทางตอนใต้ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านเริ่มทำงาน
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่าน (IRIB) รายงานว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นในเขตเบมานี จังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงในเมืองบันดาร์อับบาสและเกาะเกชม์
อย่างไรก็ตาม IRIB ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของเสียงระเบิด หรือรายงานความเสียหายและจำนวนผู้เสียชีวิต
ขณะที่สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกเปิดใช้ในเมืองท่าบูเชห์ร (Bushehr) ทางตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อตอบโต้อากาศยานของฝ่ายตรงข้าม แต่ยังไม่มีรายงานอากาศยานตกหรือความเสียหายในพื้นที่
นอกจากนี้ IRNA ยังรายงานเหตุโจมตีที่เมืองชาห์บาฮาร์และเมืองโคนารัก บริเวณอ่าวโอมาน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด
ส่วนในพื้นที่อื่น ๆ ของภูมิภาค กองทัพจอร์แดนเปิดเผยเมื่อช่วงกลางดึกวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า สามารถยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้จำนวน 3 ลูก ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วประเทศ เพื่อแจ้งเตือนการโจมตีที่กำลังเข้ามา
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กองทัพคูเวตระบุว่า ได้ทำการสกัดกั้นโดรนของอิหร่าน ขณะที่บาห์เรนเปิดเผยว่า โดรนที่ปล่อยจากอิหร่านได้มุ่งเป้าไปที่ระบบการเดินอากาศของประเทศ แต่การจราจรทางอากาศยังคงไม่ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน อิสมาเอล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ระบุว่า ยังคงมีการแลกเปลี่ยนสารทางการทูตระหว่างทั้งสองฝ่ายผ่านตัวกลาง แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้จะล่มสลายลงแล้วก็ตาม โดยตัวกลางเจรจาได้ส่งข้อเสนอเพิ่มเติมมายังกรุงเตหะราน
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า กลุ่มตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้หยิบยกแนวคิดเรื่องการหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อลดระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศคู่สงคราม โดยเป็นความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดการกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อเสนอดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมากน้อยเพียงใด แต่แหล่งข่าวระบุว่า การยุติความรุนแรงดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งที่ผ่านมาอิหร่านได้เปิดฉากยิงใส่เรือพาณิชย์ที่พยายามแล่นผ่านเส้นทางน้ำดังกล่าว ขณะที่ทรัมป์ก็ได้กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่านอีกครั้ง
ด้านทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบรับอย่างชัดเจนว่าจะยอมรับการระงับการสู้รบดังกล่าวหรือไม่ แต่ยอมรับว่ากระบวนการทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานรายงานว่า เอสกันดาร์ โมเมนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของอิหร่าน ได้เดินทางถึงประเทศปากีสถาน โดยมีโมห์ซิน นัควี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน ให้การต้อนรับที่สนามบิน ทั้งนี้ นัควีได้กล่าวกับโมเมนีว่า เขาหวังว่าโมเมนีจะนำข่าวดีมาเสนอ