สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และ ทะเลแดงมีแนวโน้มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อวานนี้เกิดเหตุโจมตีเรือสินค้าของอียิปต์ ที่ช่องแคบ บับเอลมันเดบ เป็นเหตุให้ลูกเรือเสียชีวิต 4 คน ซึ่งคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธฮูตีที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน ขณะที่กองทัพสหรัฐฯได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือสินค้าติดธงปานามา ขณะแล่นผ่านอ่าวโอมาน เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม โพสต์ข้อความเปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ ( อังคาร 11 ส.ค.) ทหารในสังกัดได้หยุดยั้งการสัญจรของเรือสินค้าติดธงชาติปานามา "เอ็ม/วี เบลา โนวา" (M/V Vela Nova)
เนื่องจากเรือลำนี้พยายามแล่นผ่านอ่าวโอมาน (Gulf of Oman) และละเมิดมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯที่ห้ามการเดินทางไปยังท่าเรือในอิหร่าน ซึ่งยังคงบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
โพสต์ของเซนต์คอมให้รายละเอียดว่าเฮลิคอปเตอร์ MH-60 ของกองทัพเรือได้ยิงขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ (hellfire) โจมตีห้องเครื่องของเรือ "เอ็ม/วี เบลา โนวา" หลังจากพนักงานพลเรือนบนเรือลำนี้เพิกเฉยต่อคำเตือนจากทหารอเมริกันหลายครั้ง โดยเรือ "เอ็ม/วี เบลา โนวา" ไม่สามารถเดินทางไปยังอิหร่านได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ เซนต์คอมยังเปิดเผยว่า ได้บังคับเรือสินค้า 55 ลำ เปลี่ยนเส้นทางการสัญจร เนื่องจากพยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อม หยุดยั้งเรือ 3 ลำ ที่ไม่เป็นปฏิบัติตามคำสั่ง และส่งทหารบุกจู่โจมเรืออีก 2 ลำ โดยตัวเลขนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 11 ส.ค. ซึ่งกองทัพสหรัฐฯย้ำว่าปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางให้ความสำคัญกับการจับตาทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด มีความเด็ดขาด และ เตรียมความพร้อม
ขณะเดียวกันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอ ที่ระบุว่า บันทึกไว้โดยชาวประมงอิหร่าน ระหว่างการเผชิญหน้ากับเฮลิคอปเตอร์ AH-64 อปาเช (AH-64 Apache) ของกองทัพสหรัฐฯ ที่บินในระดับต่ำใกล้เกาะเกชม์ (Qeshm Island) และช่องแคบฮอร์มุซ
สำหรับการโจมตีเรือสินค้าติดธงปานามา โดยฝีมือของกองทัพสหรัฐฯเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การสู้รบระหว่าง อิหร่าน กับ 2 ชาติพันธมิตร คือ สหรัฐฯและอิสราเอล เบาบางลงไปอย่างชัดเจน ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค ที่ผ่านมา หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายกลับมาเปิดฉากสู้รบกันในช่วงต้นเดือนดังกล่าว ซึ่งการปะทะกันในรอบล่าสุดกินเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ ได้เกิดเหตุโจมตีเรือสินค้าขนาดเล็กชื่อว่า “ติฮามาห์” (Tihamah) ของอียิปต์ บริเวณช่องแคบ บับเอลมันเดบ ในทะเลแดง ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 4 ราย เป็นชาวปากีสถาน 3 ราย และชาวอินโดนีเซีย 1 ราย และทำให้เรือสูญเสียการควบคุม
นอกจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งเยเมนถูกโดรนโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขณะพยายามเข้าช่วยเหลือลูกเรือด้วย โดยมีรายงานว่าเหตุที่เกิดขึ้นเหตุของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน หากได้รับการยืนยัน นี่จะเป็นครั้งแรกที่มีลูกเรือสินค้าเสียชีวิตจากการโจมตีของกบฏฮูตี นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. แต่จนถึงตอนนี้ กลุ่มฮูตียังไม่ได้ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้
อีกความเคลื่อนไหวสำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ คือการเปิดเผยคำพิพากษาของศาลในประเทศซีเรียที่สั่งลงโทษประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด อีกหนึ่งพันธมิตรคนสำคัญของรัฐบาลอิหร่านในอดีต
โดยความผิดที่นำไปสู่การลงโทษประหาร คือ การก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานานนับสิบปี ซึ่งนับเป็นคำพิพากษาแรกต่ออดีตประธานาธิบดี อัสซาด นับตั้งแต่พาครอบครัวหลบหนีออกจากซีเรียไปลี้ภัยในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย หลังระบอบการปกครองของตระกูลอัสซาดที่คงอยู่มายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ล่มสลายลงเมื่อเดือนธันวาคม 2024 หลังจากแนวร่วมฝ่ายต่อต้านนำกำลังบุกยึดกรุงดามัสกัส ได้สำเร็จ