นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู ของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ปฏิบัติการความมั่นคงครั้งใหญ่จะถูกนำมาใช้ระหว่างการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ หลังการประท้วงประเด็นค่าครองชีพกลายเป็นความรุนแรงทั่วฝรั่งเศสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสยอมรับว่า ระบบรักษาความปลอดภัยในสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีข้อบกพร่อง พร้อมกล่าวหากลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายจัดว่าวางแผนก่อการจลาจลต่อต้านอำนาจรัฐ ส่งผลให้เกิดเหตุจลาจลซ้อนขึ้นมาระหว่างการประท้วง
ขณะที่โลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า มีแผนจะส่งกำลังพลจากชุดปฏิบัติการ "โอเปอเรชัน เซนติเนล" เข้าร่วมดูแลสถานการณ์ในวันเสาร์นี้ เพื่อให้มีตำรวจจำนวนมากพอในการกระจายกำลังไปควบคุมการประท้วงตามสถานที่ต่าง ๆ ได้
นูเญซให้รายละเอียดว่า หน้าที่หลักของชุดปฏิบัติการโอเปอเรชัน เซนติเนล คือการเข้าไปทำหน้าที่แทนหน่วยความมั่นคงในการรักษาความปลอดภัยแบบประจำตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ตำรวจมีเวลาอย่างเต็มที่ในการตระเวนดูแลความสงบในพื้นที่ชุมนุม โดยเฉพาะการรับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงที่มีแนวโน้มเคลื่อนขบวนตลอดเวลา
สำหรับชุดปฏิบัติการโอเปอเรชัน เซนติเนล เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2015 มีกำลังทหารในสังกัดประมาณ 10,000 นาย ประจำการอยู่ทั่วฝรั่งเศสเพื่อป้องกันเหตุก่อการร้าย
ส่วนใหญ่แล้ว ทหารเหล่านี้จะปฏิบัติหน้าที่บริเวณที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น ศาสนสถาน โรงเรียน แหล่งท่องเที่ยว สถานีรถไฟ และท่าอากาศยาน โดยโอเปอเรชัน เซนติเนล เคยส่งทหารร่วมดูแลความปลอดภัยในกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีสเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2024 และกีฬาพาราลิมปิกเกมส์
นอกจากนี้ นูเญซยังระบุว่า กำลังพิจารณาสั่งห้ามการชุมนุมที่ไม่ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ และการชุมนุมที่อาจนำไปสู่ความไม่สงบด้วย
จนถึงตอนนี้ ตำรวจจับกุมผู้ก่อจลาจลไปแล้วกว่า 2,400 ราย ในจำนวนนี้ถูกส่งตัวขึ้นศาลแล้ว 800 ราย และถูกจำคุกแล้วเกือบ 150 คน ขณะที่รัฐบาลเตรียมจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อช่วยเหลือร้านค้าและธุรกิจที่ได้รับความเสียหาย
ขณะที่รัฐสภาฝรั่งเศสยังเห็นชอบให้เปิดการสืบสวนเกี่ยวกับเหตุจลาจล และเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายข่าวกรองและตำรวจด้วย
เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้หลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ จีน และเยอรมนี ออกประกาศเตือนภัยการเดินทางสำหรับพลเมืองที่จะไปฝรั่งเศส