เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อช่วงบ่ายของวันเสาร์ ที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ชีวิตของชาวเนปาลเปลี่ยนไปอย่างมิอาจหวนคืนได้ สิ่งปลูกสร้างอารยธรรมโบราณ มรดกโลกทั้ง 7 ที่เคยเป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนปีละกว่า 800,000 คน ได้พังทลายและเสียหายอย่างหนัก ประชาชนเมืองกาฐมาณฑุ ต้องอพยพออกไปต่างเมือง เนื่องจากหวาดผวา ไม่มีที่พักอาศัย และไม่มีงานทำ
ภัยพิบัติครั้งนี้ถือได้ว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปี ของเนปาลเลยทีเดียว งานนี้สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ที่ให้ความสำคัญในการผลิตข่าวจึงไม่รอช้าที่จะส่งทีมข่าวลงพื้นที่อย่างทันท่วงทีเพื่อรายงานสดจากพื้นที่ ๆ ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ยังติดค้างอยู่ ณ กาฐมาณฑุ
ในวันรุ่งขึ้นทีมข่าวของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี นำทีมโดยนักข่าวผู้ช่ำชองสนามอย่าง สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา, กสิรัฐ พลมณี และพฤกษา สุนทรกุล จึงเดินทางลงพื้นที่จริงที่ประเทศเนปาลทันที ในวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.
การมีเวลาเตรียมตัวอันจำกัดประกอบกับอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ มิอาจคาดเดาได้ทั้งหมด ทำให้สถาพร และทีมข่าวต้องเตรียมใจให้พร้อมรับกับความท้าทายที่ต้องเจอและเป้าหมายสูงสุด คือการรายงานข่าวสดกลับมายังสถานีฯ และการเดินทางลงพื้นที่อย่างกะทันหันเช่นนี้นับว่าโชคเข้าข้างเขาเพราะหนึ่งในทีมงานรู้จักกับผู้นำทางท้องถิ่นคือ "นาบิน สุเบดี" ซึ่งทำกิจการด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่นั่น และเคยช่วยเหลือตอนที่ไปปีนเขาที่เนปาลก่อนหน้านี้ ทำให้ทีมข่าวพีพีทีวีได้นาบิน คอยช่วยประสานงานตลอดทั้ง 7 วันในเนปาล กับภารกิจที่ลืมไม่ลงในครั้งนี้
กว่าที่ทีมข่าวภาคสนามของพีพีทีวีจะได้รายงานสดเป็นครั้งแรกหลังจากที่เดินทางถึงเนปาลแล้วก็คือที่สนามบินตรีภูวัน กับเหตุการณ์ชวนระทึกเมื่อได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เครื่องบินจะแตะรันเวย์ ทำให้เมื่อเครื่องลงจอดสนิทแล้ว ผู้โดยสารยังจะต้องรออยู่บนเครื่องบินอีก 2 ชม. เพื่อให้นักบินตรวจสอบความพร้อมของสนามบินเพื่อความปลอดภัย
ถึงแม้ว่าวันแรกที่เนปาลนั้นจะเต็มไปด้วยความยากลำบากจากผลกระทบของแผ่นดินไหวในสภาพที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นนักข่าวภาคสนาม สถาพรและทีมงานก็สามารถรายงานสดเพื่ออัพเดตทุกความเคลื่อนไหวกลับมายังหน้าจอของพีพีทีวีให้คนไทยได้เกาะติดข่าวสารอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน
ภารกิจวันแรกเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า กว่าจะพบโรงแรมชัมบาลา (Shambala) เวลาก็ล่วงเลยจนถึงตีหนึ่ง ที่นี่เป็นหนึ่งในที่พักไม่กี่แห่งที่มีไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เครื่องมือและอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับทำข่าวได้ คืนนั้นทุกคนนอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นด้วยความกังวลหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นอีก การเข้าพักในโรงแรมจึงอาจเป็นอันตรายโครงสร้างของอาคารมีความเสี่ยงที่จะถล่มลงมาได้
ทั้งนี้ความยากลำบากในการหาช่องทางการส่งข่าวกลับมายังเมืองไทย ที่บางครั้งต้องขับรถกว่า 100 กิโลเมตรกว่าจะเจอสัญญาณอินเตอร์เน็ต การวางแผนทำข่าวที่นั่นจึงต้องวางแผนกันแบบวันต่อวันกันเลยทีเดียว
และทีมข่าวทีมนี้เองเป็นทีมข่าวทีมเดียวที่สามารถเข้าไปถึงเมืองซาคู เมืองโบราณอายุกว่าร้อยปีของเนปาลที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และช่วยประสานให้ทีมแพทย์จากไทยเข้าพื้นที่ เนื่องการในตอนนั้นไม่มีทีมแพทย์ในพื้นที่เลย มีเพียงหน่วยกู้ภัยที่มาค้นหาผู้รอดชีวิตเท่านั้น ซึ่งตรงกับจุดเป้าหมายของสถาพร และทีมข่าวที่จะเลือกเมืองที่ได้รับผลกระทบสูง และประเด็นข่าวที่จะต้องทำให้ได้ประโยชน์กับผู้ชม และผู้ประสบภัยในเนปาล
ตลอด 7 วันที่เนปาลกับการรายงานข่าวโดยทีมข่าวพีพีทีวี ร่วมกับนาบิน เพื่อนชาวเนปาล ทำให้ได้ข่าวที่ตรงกับความจริงมากที่สุด ไม่บิดเบือนจากความจริง และไม่ผิดวัฒนธรรมของคนในท้องที่ สิ่งที่สถาพร พบจากการลงพื้นที่เนปาลครั้งนี้คือ "สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การขาดแคลนอาหาร ยา และไฟฟ้า แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือ คนเหล่านี้ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ เขาจะได้กลับเข้าบ้าน เมื่อไหร่จะหลับตาลง" สถาพรกล่าว
อีกหนึ่งสิ่งที่สถาพร อยากให้เข้าช่วยเหลือชาวเนปาลคือ การส่งวิศวกรลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประสบภัย ว่าบ้านไหนโครงสร้างเป็นอย่างไร เขายังสามารถอยู่บ้านหลังนั้นต่อได้หรือไม่ เสมือนครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวที่จ.เชียงราย ซึ่งครั้งนั้นเขาก็ได้ลงภาคสนามเพื่อทำข่าวเช่นกัน เขาจึงมีความรู้เพื่อดูแลตนเอง และคนอื่นๆในการลงภาคสนามทำข่าวครั้งนี้ที่ประเทศเนปาล ทำให้เขาไม่กลัวและมุ่งมั่นที่จะต้องลงพื้นที่เพื่อทำข่าวอย่างรวดเร็ว ตัดสินใจเร็ว เนื่องจากพีพีทีวีให้ความสำคัญกับการรายการข่าว รวมถึงการทำข่าวภาคสนามเป็นอย่างมาก ต้องลงพื้นที่ก่อนใครเสมอ มุ่งมั่นเพื่อให้คนไทยได้รับรู้ข่าวสารที่สดใหม่จากพื้นที่จริง จากคนข่าวที่มากด้วยประสบการณ์ เข้มข้นทุกประเด็นข่าว และเข้มแข็งทุกการนำเสนอ
ติดตามชมข่าวทางสถานีโทรทัศน์พีพีทีวีได้ทางช่อง 6, 36 และ 46 ได้จากทุกกล่อง ทุกจาน หรือรับชมผ่านช่องทาง
ออนไลน์ได้สด ๆ ที่ www.pptvhd36.com
เฟซบุ๊ก pptvthailand/ ทวิตเตอร์ @pptvthailand และ call center 02 935 2424
ประวัติ
ชื่อ สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา
เกิดวันที่ 29 มีนาคม 2523 อายุ 35 ปี
ประวัติการทำงาน
2545 นักข่าวสายการเมือง ศูนย์ข่าวแปซิฟิค 1 ปี
2546-2549 นักข่าวสายการเมืองและรายงานพิเศษ เนชั่นแชนแนล ระยะเวลา 4 ปี
2549-2558 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สายการเมือง และสายข่าวสืบสวนสอบสวน
มกราคม 2558 บรรณาธิการข่าว สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี
ประสบการณ์
- ผ่านการรายงานข่าวสถานการณ์การชุมนุม ทั้งกลุ่มพันธมิตร +กลุ่ม นปช.+ กปปส. เป็นผู้รายงานหลักจากภาคสนามตลอดการชุมนุม
- ข่าว "ไม้พะยูงข้ามชาติ" (รางวัลชมเชย ข่างเชิงสืบสวนสอบสวน มูลนิธิแสงชัย สุนทรวัฒน์ ปี 2554)
- สารคดี "รอยร้าวชายแดนใต้" (สารคดีเชิงข่าวยอดเยี่ยม มูลนิธิแสงชัย สุนทรวัฒน์ ปี 2554)
- ผู้จัดการโครงการอบรมการรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
- รองเลขาธิการสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย
- อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ / จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย