Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจัดประชุมวิชาการหัวใจนานาชาติ “Heart Care 360°” พร้อมเชิญผู้ชำนาญการจาก Mayo Clinic สหรัฐฯ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับมาตรฐานการดูแลหัวใจไทยสู่เวทีโลก

เผยแพร่

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา หนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence – COE) ของ BDMS เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาโรคหัวใจในประเทศไทยสู่ระดับสากล จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ International Cardiology Conference 2025 ภายใต้แนวคิด “Heart Care 360° – Innovating Today for Tomorrow’s Global Challenges” โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก Mayo Clinic สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยทีมแพทย์ไทยร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมล่าสุดด้านโรคหัวใจ ณ โรงแรมฮิลตัน พัทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

            การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ของศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ในฐานะผู้นำด้านโรคหัวใจในภูมิภาคด้วยแนวคิด “Heart Care 360°” ที่ให้ความสำคัญกับทุกมิติของการดูแลหัวใจ ทั้งการป้องกันโรค (Preventive) การรักษาด้วยหัตถการขั้นสูง (Interventional) การดูแลหลังการรักษา (Rehabilitation) รวมถึงการดูแลเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

            การประชุมแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ การป้องกันโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Preventive Cardiology) และการเจาะลึกด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมล่าสุดในการรักษา (Interventional Cardiology) โดยมีไฮไลต์สำคัญของงาน คือการร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการจาก Mayo Clinic, Rochester, Minnesota, USA ซึ่งเป็นสถาบันการแพทย์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านโรคหัวใจอันดับต้น ๆ ของโลก

            นายแพทย์ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 3 และกลุ่ม 6 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า “วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราจัดการประชุมวิชาการร่วมกับสถาบันจากต่างประเทศ ได้แก่ Mayo Clinic จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันอันดับหนึ่งในการรักษาพยาบาลของโลก เราสนใจเรื่องนี้เพราะการดูแลผู้ป่วยนั้น หากเปรียบเสมือนการมองเป็นมุมฉาก หรือ 90 องศา การที่เราดำเนินงานด้านการรักษาแบบมีคุณค่า หรือ Value-based healthcare นั้นสามารถทำให้เราขยายไปได้ถึง 180 องศา แต่เราก็เชื่อว่ายังไม่พอครับ โดยเฉพาะแพทย์ที่มาร่วมประชุมวันนี้สามารถเปิดมุมมองเราได้มากขึ้นว่าการดูแลผู้ป่วยให้สมบูรณ์นั้น เราต้องเห็นทั้ง 360 องศา ทั้งปัญหาในอดีต ที่จะทำนายไปถึงอนาคต ซึ่งเราก็เชื่อว่าสิ่งนี้ทำให้เราก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง หลังจากที่ได้ทำงาน และเรียนรู้ร่วมกับเขา ยิ่งจะทำให้เราสามารถดูแลคนไข้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ในอนาคตเราก็จะมีความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อทำให้ผลลัพธ์ของการรักษาพัฒนาต่อเนื่องไปอีกขั้น”

            โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ไม่ได้พัฒนาแค่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหัวใจอย่างเดียวเท่านั้น  โดยนายแพทย์ก้องเกียรติ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน โรงพยาบาลพัทยากรุงเทพพัฒนาศูนย์แห่งความเป็นเลิศในหลากหลายมิติด้วย ตั้งแต่ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน ด้านสมอง ด้านกระดูกและข้อ และด้านการรักษาโรคมะเร็ง  ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกและโอกาสที่ดีสำหรับคนไทย เพื่อให้ได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ทันสมัยในอนาคต

            ด้าน แพทย์หญิงปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลจอมเทียน กล่าวว่า เราคาดหวังว่าการจัดประชุมนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของทีมแพทย์ในการรักษาคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ ตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดโรค การดูแลระหว่างที่คนไข้เกิดโรคแล้ว รวมถึงการดูแลหลังจากที่คนไข้เกิดโรคด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้วงการแพทย์ไทยมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้สามารถดูแลคนไทยได้มากขึ้น

            “ปัจจุบันหัวข้อที่เราเลือกนั้นยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ การที่ทําให้แพทย์ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ของไทยมีความรู้ทางด้าน Preventive เพิ่มมากขึ้น ก็จะทําให้การดูแลคนไข้โรคหัวใจของคนไข้เราดีขึ้นด้วย ตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดโรค และการดูแลเมื่อเกิดโรคขึ้นแล้ว ซึ่งก็จะช่วยให้เราสามารถดูแลรักษาคนไข้โรคหัวใจได้ดีขึ้นด้วย”

            แพทย์หญิงปิยาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเพิ่มศักยภาพเพื่อนำไปดูแลรักษาคนไข้ในเครือของโรงพยาบาลกรุงเทพแล้ว ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้มีการเริ่มทำโครงการ Heart for All ซึ่งเป็นโครงการที่จะผ่าตัดหัวใจให้กับคนไข้ในกลุ่มผู้ที่มีสิทธิได้รับบริการภายใต้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือ โครงการบัตรทอง 30 บาท อีกด้วย  ดังนั้นเราจำเป็นต้องหามาตรฐานที่ดีในการรักษา ทำให้มีการร่วมมือกับ Mayo Clinic เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพของหมอและบุคลากรของเราให้ดูแลคนไข้ทุกกลุ่มได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

            ดร. ฟรานซิสโก โลเปซ-ฮิเมเนซ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Preventive Cardiology จาก Mayo Clinic กล่าวว่า “ผมประทับใจมากกับเทคโนโลยีที่ประเทศไทยนำมาใช้ในการดูแลหัวใจ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ต่อเนื่องและมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง” เขายังเน้นย้ำถึงกลยุทธ์สำคัญในการป้องกันโรคหัวใจที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน ได้แก่ การควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก ควบคุมคอเลสเตอรอล ความดัน และน้ำตาลในเลือด รวมถึงการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ “สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจคือ ‘ความรู้คือพลัง’ ในการป้องกันโรคหัวใจ เราต้องเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่จากข่าวลือ หรือข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์”

            ดร. ฟรานซิสโก ยังกล่าวถึงการนำ AI มาใช้ใน Mayo Clinic เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจาก ECG และ Echo ในการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงก่อนแสดงอาการ ช่วยให้สามารถรักษาได้ทันท่วงทีและลดความรุนแรงของโรค

            ดร. ราจิฟ กูลาติ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology จาก Mayo Clinic กล่าวเสริมว่า “จุดเด่นของไทยคือการให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคหัวใจในระดับประชากร เช่น การลดคอเลสเตอรอลตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว”
เขายังกล่าวถึงความร่วมมือระดับโลกในวงการโรคหัวใจด้วยว่า “วงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ ตั้งแต่การสาธิตเคสในอดีตจนถึงการประชุมระดับนานาชาติในปัจจุบัน”

            สำหรับนวัตกรรมที่น่าจับตามองในทศวรรษหน้า ดร. ราจิฟ ระบุว่า “การรักษาแบบ minimally invasive เช่น การซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจทั้ง 4 แบบโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ จะเป็นอนาคตของการดูแลหัวใจ นอกจากนี้ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการคาดการณ์ผลลัพธ์ ปรับการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น”

            BDMS และโรงพยาบาลในเครือ มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการดูแลหัวใจของไทยสู่ระดับสากล ทั้งนี้ งานประชุม International Cardiology Conference 2025 ถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการดูแลหัวใจในระดับภูมิภาคและระดับโลก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ