ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายจัดสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 17

เผยแพร่

คมนาคม - สสส. - ศวปถ. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย แถลงข่าวเตรียมจัดสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด “Unlocking Safe Cities : ปลดล็อกถนนปลอดภัย เพื่อเมืองที่ปลอดภัย”

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในการแถลงข่าวงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 17 (17th Thailand Road Safety Seminar) ภายใต้แนวคิด “Unlocking Safe Cities : ปลดล็อกถนนปลอดภัย เพื่อเมืองที่ปลอดภัย” ว่า กิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย. 2569 ที่ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมการขนส่งทางบก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมควบคุมโรค กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย และภาคีเครือข่าย เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย และบทเรียนจากพื้นที่สู่การพัฒนานโยบายและมาตรการความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และสร้างระบบการเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

“กระทรวงคมนาคมมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและเชื่อมโยงระบบขนส่ง บริการคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยทางถนน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิดระบบที่ปลอดภัย (Safe System Approach) ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบาย มาตรการ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน ไปจนถึงการบริหารจัดการความปลอดภัยในระดับพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน และทำให้ความปลอดภัยทางถนนเป็นค่านิยมของคนไทย” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกมีกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน โดยงบประมาณจากกองทุนดังกล่าว ยังกระจายไปยังหน่วยงานราชการ และเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยทางถนนที่สอดคล้องกับบริบทและปัญหาของแต่ละพื้นที่ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม และในอนาคตหวังว่า หน่วยงานทุกภาคส่วนจะร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนจากการดำเนินงาน และข้อเสนอแนะต่าง ๆ นำมาประกอบการพัฒนากองทุนในอนาคต ที่มุ่งลดความเสี่ยงและความรุนแรงจากอุบัติเหตุทางถนน และต่อยอดผลสำเร็จไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องมากกว่า 2 ทศวรรษ โดยทำหน้าที่เชื่อมร้อยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านกลไกสำคัญ ได้แก่ แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) และศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เพื่อผลักดันองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลสู่มาตรการป้องกันที่เกิดผลจริงในระดับพื้นที่

โดยข้อมูลจากระบบบูรณาการการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกรมควบคุมโรค ปี 2568 พบว่า ไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 16,078 ราย ลดลงจากปี 2567จำนวน 1,399 ราย ขณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิตลดลงจาก 14,365 ราย เหลือ 12,808 ราย เช่นเดียวกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง 

“สสส. มุ่งสร้างมาตรการป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ควบคู่กับการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย ผ่านการสร้างมาตรการความปลอดภัยในชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการ ปัจจุบันมีสถานประกอบการเข้าร่วมกว่า 2,000 แห่ง สามารถส่งเสริมให้พนักงานสวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัย ได้ถึง 80-100% และมีมากกว่า 200 องค์กรที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการขับเคลื่อน"

"ตำบลขับขี่ปลอดภัย กว่า 400 แห่ง เพื่อสำรวจจุดเสี่ยงและจัดการพฤติกรรมเสี่ยงร่วมกับชุมชน พร้อมปลูกฝังวินัยจราจรตั้งแต่วัยเด็กผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ และสำคัญยิ่งคือการเข้ามาสนับสนุนเสริมให้ระดับอำเภอ มีการจัดการอุบัติเหตุโดยเฉพาะอำเภอที่มีความเสี่ยงการตายสูงกว่า 100 อำเภอ โดย สสส. จะเดินหน้าสานพลังภาคีเครือข่าย ใช้ข้อมูลเชิงลึกพัฒนามาตรการให้สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละพื้นที่ และยกระดับบทเรียนจากการปฏิบัติสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า งานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 17 มุ่งปลดล็อกข้อจำกัดสำคัญ ในการจัดการความปลอดภัยทางถนน อาทิ การยกระดับมาตรฐานรถรับ-ส่งนักเรียน การจัดการปัญหาใบสั่งค้างชำระ และการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะมาตรการจัดการปัญหาเมาแล้วขับ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางแก้ไขปัญหาใน 4 ประเด็นสำคัญ

1. บริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนแบบบูรณาการ เชื่อมโยงการทำงานของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่

2. ขับเคลื่อนพลังสังคมและการลงทุนเพื่อยกระดับความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน

3. พัฒนาระบบการเดินทางที่ปลอดภัย มุ่งจัดการความเสี่ยงและป้องกันอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นทาง

4. ยกระดับมาตรการป้องปรามและการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ พร้อมนำเสนอผลงานและนวัตกรรมจากภาคีเครือข่าย เพื่อต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนานโยบายและมาตรการที่ตอบโจทย์ปัญหาความปลอดภัยทางถนนของประเทศ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ