ล่าสุด จัดทำนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” เป็นนิทรรศการที่บอกเล่าการพัฒนาความเป็นไทย และตัวตนความเป็นคนไทย ผ่านเรื่องราว วัตถุจัดแสดง และรูปแบบการนำเสนอที่ปัจจุบันทันสมัย กระตุ้นให้ผู้เข้าชมสามารถผูกเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตได้เอง
โดยหนึ่งในวัตถุจัดแสดงที่เป็นไฮไลท์ของนิทรรศการ ได้แก่ “เจ้าแม่เอิบทรัพย์” รูปปั้นนางกวักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย”
ทั้งนี้ “นางกวัก” มีแหล่งกำเนิดมาจากความเชื่อท้องถิ่นของชนชาติไทยแต่ดั้งเดิม ก่อนที่จะมีศาสนาฮินดูเข้ามาผสมจนกลายเป็นตำนานอีกเรื่องไป ความเชื่อในเรื่องนางกวักปรากฏอยู่ในความเชื่อท้องถิ่นดั้งเดิม เป็นเสมือนผีที่คอยเรียกเงินเรียกทองและอารักษ์ร้านค้าที่รูปเคารพนางกวักได้ไปตั้งอยู่
นางกวัก เดิมเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อทั้งความเชื่อแบบพราหมณ์และความเชื่อแบบผี มีรูปร่างเป็นสตรีไทยสมัยโบราณ ผมยาวประบ่า ห่มผ้าสไบเฉียง โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง นุ่งผ้ายกดอก พร้อมเครื่องประดับทองประกอบด้วยพาหุรัด ทองกร และสร้อยสังวาล มือขวายกงอขึ้นในลักษณะท่ากวักมือ นั่งอยู่ในท่าคุกเข่าในท่าเทพธิดา ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก นางไม้ (นางไม้มีลักษณะคล้ายกันกับนางกวัก แต่มือขวาวางทาบไว้บนตัก) เป็นที่กล่าวขานกันว่า "นางกวัก" สามารถดลบันดาลโชคลาภให้บังเกิดแก่ผู้กราบไหว้บูชา ทำมาค้าขึ้น และมีเสน่ห์มหานิยมแก่ผู้พบเห็น ผู้คนจึงนิยมบูชาติดร้านกันไว้ตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะในหมู่ผู้มีอาชีพค้าขาย ตามร้านค้าจึงมักพบเห็นรูปนางกวักบนหิ้งบูชาอยู่ด้วยเสมอ
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป นางกวักเองก็ได้รับการปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของสังคม โดยถูกออกแบบรูปปั้นนางกวักให้มีความทันสมัยเข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น มีการเปลี่ยนเครื่องประดับ สีของเครื่องทรง ท่านั่ง แตกต่างกันออกไป ปัจจุบันวิวัฒนาการของนางกวักเดินทางมาถึงเวอร์ชั่นที่มีรูปลักษณ์เป็นหญิงอ้วนท้วนจ้ำม่ำ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ในมือซ้ายมักจะถือถุงเงินเพิ่มเข้ามา โดยยังคงแนวคิดสำหรับใช้เพื่องานลาภงานมงคลเช่นเดิม และแม้ว่าแต่ละประเทศจะมีเครื่องรางในลักษณะคล้ายๆ กัน เช่น แมวกวัก เครื่องรางสไตล์ญี่ปุ่น เป็นต้น แต่หากใครพบเห็นนางกวัก ก็จะตระหนักได้ว่าเป็นของไทยแท้ ที่ประเทศอื่นไม่มีแน่นอน
สำหรับ “เจ้าแม่เอิบทรัพย์” ที่มิวเซียมสยาม นำไปจัดตั้งไว้ในบริเวณพื้นที่สาธารณะที่มีผู้ผ่านสัญจรไปมาจำนวนมาก ได้แก่.... โดยหวังสร้างกระแสรับรู้ถึงนิทรรศการชุดใหม่ “ถอดรหัสไทย” และเพื่อเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายให้เข้าร่วมชมนิทรรศการชุดใหม่
อนึ่ง นิทรรศการถาวรชุดเดิมของมิวเซียมสยามจัดแสดงมาแล้วกว่า 8 ปี ในชื่อ “เรียงความประเทศไทย” ซึ่งบอกเล่าถึงพัฒนาการด้านต่างๆ ของภูมิภาคอุษาคเนย์ นับตั้งแต่สมัยแผ่นดินสุวรรณภูมิ อันประกอบด้วยอารยธรรมต่างๆ ก่อนการรับวัฒนธรรมจากอินเดียและจีน เรื่อยมาจนถึงกำเนิดสยามประเทศและก้าวสู่ประเทศไทยในปัจจุบัน และเนื่องด้วยยุคสมัยและบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป มิวเซียมสยามได้ทำการปิดปรับปรุงนิทรรศการถาวร “เรียงความประเทศไทย” เพื่อให้มีความทันสมัย แปลกใหม่ และตอบรับพฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชน ตั้งแต่ต้นปี 2559 โดยใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่ง ในการจัดสร้างนิทรรศการถาวรชุดใหม่ ในชื่อ “ถอดรหัสไทย” และจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมในวันที่ 2 ธ.ค.นี้