สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้เปิดการหารือเร่งด่วน เกี่ยวกับการเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายอาวุธปืน หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ในเมืองไครสต์เชิร์ช ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ได้เปิดแถลงข่าว ระบุว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการว่าด้วยการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายควบคุมอาวุธปืนของประเทศให้มีความเข้มงวดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นางอาร์เดิร์น ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะรวมถึงการเสนอห้ามบุคคลทั่วไปครอบครองปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ และการเพิ่มมาตรการนิรโทษกรรมอาวุธปืน เหมือนที่รัฐบาลออสเตรเลียเคยใช้ในปี 1996 ซึ่งทำให้ออสเตรเลียไม่มีเหตุกราดยิงเลยนับตั้งแต่นั้นมา โดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ต้องการให้การแก้ไขครั้งนี้มีผลบังคับใช้อย่างเร็วที่สุดภายใน 10 วัน
สำหรับท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้น หลังผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่า มือปืนที่ก่อเหตุ มีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนประเภท A ขณะที่ร้านจำหน่ายปืน Gun City ออกมาเปิดเผยว่า คนร้ายเคยซื้ออาวุธปืน 4 กระบอก ผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ไม่ใช่ปืนไรเฟิลแบบที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ
ทั้งนี้หลายฝ่ายเชื่อว่าการเสนอกฎหมายของรัฐบาลในครั้งนี้จะได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในประเทศ รวมถึงฝ่ายค้าน เนื่องจากขณะนี้ชาวนิวซีแลนด์ยังคงอยู่ในภาวะสะเทือนขวัญกับเหตุกราดยิงครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
โดยกฎหมายอาวุธปืนฉบับปัจจุบันที่ใช้กันอยู่ในนิวซีแลนด์ กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ที่จะครอบครองอาวุธปืนไว้ที่ 16 ปี และ 18 ปี สำหรับปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งผู้ที่ครอบครองอาวุธทั้งหมดในประเทศจะต้องมีใบอนุญาต แต่ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนอาวุธปืนทุกกระบอกที่มี
ด้านตำรวจหน่วยปราบปรามการก่อการร้ายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างออสเตรเลีย ก็ให้ความร่วมมือในการสอบสวน ด้วยการเข้าตรวจค้นบ้าน 2 แห่งที่เชื่อมโยงกับคนร้าย ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าวัยรุ่นชายชาวนิวซีแลนด์ อายุ 18 ปี ถูกนำตัวมาขึ้นศาล ฐานเผยแพร่คลิปถ่ายทอดสดเหตุกราดยิง และเผยแพร่ภาพถ่ายมัสยิด พร้อมข้อความยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ซึ่งศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว แม้ว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่อเหตุก็ตาม