เมื่อวันที่ (19 มี.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำหลังปาถกฐาในงาน “กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชน แก้จน ลดความเหลื่อมล้ำ” ที่เมืองทองธานี คือ ไม่ได้ติดตามและใส่ใจกับกระแสตอบรับหลังส่งคลิปไปช่วยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐเพราะต้องการพูดและสื่อสารให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ รวมถึงเจตนารมณ์ที่ตัดสินใจเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
เนื้อหาหลักในคลิปตัวล่าสุด บอกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะตั้งใจทำหน้าที่รับใช้ประเทศด้วยความรับผิดชอบ ให้ประเทศก้าวไกลไปกว่านี้ ให้ความสำคัญกับเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิตดีกว่า แถ้าประชาชนร่วมมือจะนำพาประเทศไทยเข้าสู่ยุคสมัยที่ดี
ส่วนการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นการทั่วไปล่วงหน้าของประชาชน เมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี อาจจะขลุกขลักบ้าง แต่ก็ต้องขอบคุณคนไทยที่ให้ความสนใจออกมาเลือกตั้ง เพราะเป็นการกำหนดอนาคตประเทศในทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้
ส่วนการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามการฟื้นฟูชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก จ.นครศรีธรรมราช ก็กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบเรื่องนี้ ว่าการเกณฑ์คนจำนวนมากเข้าข่ายหาเสียงหรือไม่
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะขึ้นเวทีเสวนาเวทีสัญญาประชาคมพรรคการเมือง ทำอย่างไรประชาธิปไตยไม่ล้มเหลวอีก ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดขึ้น
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามการฟื้นฟูชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก ของ พล.อ.ประยุทธ์ และพบว่ามีหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดเกณฑ์ประชาชนมาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีกว่า 20,000 คน แม้ในเชิงกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ไปในฐานะผู้ลงสมัครเลือกตั้ง ไม่ขึ้นเวทีปราศรัยหรือแจกใบปลิว แต่ขอเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบว่า เป็นเรื่องบริหารราชการแผ่นดิน หรือหวังคะแนนเสียงหรือไม่ เพราะการลงพื้นที่ใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่ากรณี นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตเรื่องการประกาศความชัดเจนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ของนายอภิสิทธิ์ อาจทำให้เกิดการเมืองติดล็อก นายอภิสิทธิ์เชื่อว่า ไม่สามารถเจาะจงถึงพรรคใดพรรคหนึ่งได้ เพราะแต่ละพรรคมีเสรีภาพและจุดยืนทางการเมืองไม่เหมือนกัน และการประกาศจุดยืนเมื่อต้นเดือนมีนาคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่จะทำให้การเมืองถึงทางตันหรือไม่ อยู่ที่ผลของการเลือกตั้ง และการดำเนินงานของแต่ละพรรคการเมือง
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่เดินทางไป ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ว่า การเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ง่ายในการแก้ปัญหา เพราะมีหลากหลายความคิด มีหลายฝ่าย ทำคนเดียวไม่ได้ เปรียบเสมือนร่างกาย มือซ้ายต้องจับมือขวาและต้องเดินไปด้วยกัน ถ้าได้ทำงานต่อ ก็ต้องสานต่อการดูแลประชาชน ถ้าทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนก่อนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ ถือว่าทุกอย่างจบทั้งหมด ถ้าไม่มีโอกาสก็ถือว่าพักผ่อน ไม่ได้ทวงบุญคุญกับใคร ขอทุกคนอย่าลืมอดีต พร้อมทิ้งท้ายว่าหัวใจของคนปกติมี 4 ห้อง แต่ พล.อ.ประยุทธ์มีหัวใจ 68 ล้านห้อง ขณะนี้ถูกจับตา ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ต้องทำงานต่อ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่
“บิ๊กตู่” มั่นใจผลเลือกตั้งได้ “รัฐบาลผสม” ขอชาวลพบุรีเลือกคนดีบริหารประเทศ