วันนี้ (8 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่แอมเนสตี้ เรียกร้องในคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกหมายเรียกให้เดินทางไปที่สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โดยขอให้ทางการไทย ยุติการใช้กระบวนการยุติธรรม ปิดปาก ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ว่า อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะทุกวันนี้ชัดเจนว่า ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ยังคงแสดงความเห็นต่อเรื่องใดก็ตามได้อย่างปกติ ซึ่งการให้ความเห็นของบางองค์กรจากต่างประเทศ อาจมีลักษณะเฉพาะตามธรรมเนียมองค์กร ที่ได้รับข้อมูลมาแบบจำกัด ไม่ต่างจากอดีตและเชื่อว่า คนส่วนใหญ่คุ้นชินแล้ว
โดยส่วนรายละเอียดของคดี พันเอกหญิง ศิริจันทร์ ยืนยันว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิคุ้มครองตามหลักกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามปกติ เช่น สิทธิในการใช้พยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง และการแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีเป็นไปตามเหตุแห่งพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา และไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองคนใดหรือฝ่ายใด หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ากระทำความผิด ก็เป็นเรื่องที่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ตามหลักสากล
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการพิจารณาคดีในอำนาจของศาลทหาร อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผลการพิจารณาคดีที่ผ่านมาก็ไม่เคยปรากฏพบข้อกังขา ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ทั้งนี้ส่วนการวางบทบาทของแอมเนสตี้ พันเอกหญิง ศิริจันทร์ ระบุว่า การเรียกร้องสิทธิตามบทบาทขององค์กร ก็สามารถทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงทำให้สังคมไทย เกิดการแบ่งฝ่าย และควรฟังความเห็นของคนในประเทศไทยให้รอบด้าน เพื่อวางบทบาทขององค์กรตัวเองในจุดที่พอเหมาะพอควรต่อไป