เมื่อวันที่ (9 เม.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นวาระประชุม ก.ตร.ที่น่าสนใจขึ้นมาทันที หลัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 47 ถูกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ายไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อคืนวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้คาดการว่าจะมีการบรรรจุวาระแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจระดับผู้บัญชาการเป็นวาระพิเศษเพื่อทำหน้าที่ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคนใหม่แทน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ที่คาดว่าจะถูกย้ายขาดไปเป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ปกติการประชุม ก.ตร.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ และผู้ทรงคุณวุฒิ ยศ พล.ต.อ.พล.ต.ท.และ พล.ต.ต.ซึ่งเป็นวาระปกติประจำปี เพื่อให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายพลตำรวจที่ครองตำแหน่งครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและจะเกษียณอายุในปี 2562 ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากนัก เพราะเป็นตำแหน่งประจำและเป็นผู้ใกล้เกษียณอายุราชการ
มีรายงานว่าที่ประชุม ก.ตร.อาจเสนอชื่อ พล.ต.ท.สัญชัย สุนทรบุระ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 35 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.และเคยเป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาก่อน เป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คนใหม่โดย พล.ต.ท.สัญชัย จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2562 นี้ ขณะเดียวกันก็มีชื่อของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 40 อาจถูกเสนอชื่อมาเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองด้วย เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 37 ลูกหม้อตำรวจตระเวนชายแดน กลับไปรับตำแหน่งในหน่วยเดิมแทน พล.ต.ท.สมพงษ์ ที่ห้ามห้วยไปนั่งในวาระแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2561 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุม ก.ตร. ซึ่งปกติจะมีการประชุมกันทุกวันอังคาร โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม แต่ล่าสุดได้มีการเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันที่ 10 เมษาย โดยให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน
มีรายงานว่า ช่วงเช้าวานนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้เข้าไปรายงานตัวและเซ็นชื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ตร.แล้ว.ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีสื่อบางสำนักนำเสนอว่า ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการการสอบสวน พล.ต.ท.สุรเชษฐ ใน 6 ข้อหาว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ไม่เคยทราบเรื่อง จึงฝากเตือนถึงการนำเสนอข่าวในข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย