จากรณี ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมนย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก คดีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจี เมื่อเร็ว ๆ นี้
วันที่ 20 เม.ย. 58 สำนักงานอัยการสูงสุดประกาศว่า พนักงานอัยการโจทก์เข้ารับทราบคำสั่งศาลฯ โดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามคำสั่งประทับฟ้องคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าว กรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งเป็นคดีอาญา หมายเลขดำ อม.ที่ 25/2558 และนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 29 มิ.ย.58
โดยขั้นตอนต่อจากนี้ พนักงานอัยการและเจ้าพนักงานศาลจะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ให้จำเลยที่มีภูมิลำเนาอยู่ กทม.ภายในเวลา 7 วัน นับจากวันรับทราบคำสั่งศาล ส่วนจำเลยที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดจะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องต่อไป
ด้าน นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกากล่าวว่า การพิจารณาคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ มีนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 1 และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 2 กับพวกอีก 19 ราย ร่วมกันเป็นจำเลย รวม 21 ราย ฐานทุจริตโครงการระบายข้าวจีทูจี โดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง 9 คน พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากคดีครบองค์ประกอบความผิด และอยู่ในเขตอำนาจพิจารณาของศาลฎีกาฯ จึงให้ประทับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าว อัยการและ ป.ป.ช. เป็นผู้ร่วมกันยื่นฟ้อง นายบุญทรง และพวก รวม 21 ราย ซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง 3 คน ข้าราชการการเมือง 3 คน และที่เหลือเป็นนิติบุคคล กับกรรมการผู้มีอำนาจในนิติบุคคล ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือฮั้วประมูล พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542
ซึ่งในการยื่นฟ้อง อัยการสูงสุด ยังขอให้สั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาท โดยคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับ.