รัฐบาลศรีลังกาตัดสินใจประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (22 เม.ย. 2562) ตามเวลาท้องถิ่น แต่ยังสั่งปิดให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันข่าวสาร ทั้ง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ วอตสแอพ เพราะเกรงว่าจะเป็นเครื่องมือเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารลือ
ทางการเชื่อว่าเหตุระเบิดหลายระลอกในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อวานนี้ น่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน และจากการตรวจสอบ เชื่อว่าในบางจุดมีการใช้มือระเบิดฆ่าตัวตายเป็นคนจุดชนวนระเบิดด้วย แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มก่อการร้ายนอกประเทศหรือไม่ โดยขณะนี้ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วอย่างน้อย 24 คน ทั้งหมดเป็นคนในพื้นที่ และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติ แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง
ขณะที่นายกรัฐมนตรี รานิล วิครามาสิงเห ของศรีลังกา ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อวานนี้ ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะขณะนี้มีทหารออกมารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับแจ้งเบาะแสว่าอาจมีการก่อเหตุรุนแรงมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ตนและคณะรัฐมนตรีไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้ ซึ่งจะต้องสอบสวนกันต่อไปว่าเหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่มีมาตรการป้องกันที่มากพอ
ด้านกองทัพอากาศศรีลังกา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่พบระเบิดแสวงเครื่องที่ทำจากท่อพีวีซียาว 6 ฟุต ถูกทิ้งไว้ใกล้กับสนามบินนานาชาติในกรุงโคลัมโบ แต่เจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้ได้ทัน
ส่วนบริการเที่ยวบินที่สนามบินนานาชาติบันดารานายาเก (Bandaranaike) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของศรีลังกา บรรดาสายการบินยืนยันว่ายังให้บริการตามปกติ แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารเตรียมเอกสารการเดินทางให้พร้อม และเผื่อเวลาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างน้อย 290 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 27 คน ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บมากกว่า 500 คน
ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
ขณะที่บรรดาผู้นำโลกออกมาร่วมประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงสถานที่สำคัญอย่างหอไอเฟล ในกรุงปารีส ที่ปิดไฟเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อแสดงความเสียใจกับการกระทำรุนแรงที่เกิดขึ้นกับโบสถ์และโรงแรมในศรีลังกา
สำหรับเหตุโจมตีด้วยระเบิดครั้งนี้ถือเป็นเหตุระเบิดโจมตีที่รุนแรงที่สุดในประเทศศรีลังกา นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองเมื่อ 10 ปีก่อน โดยศรีลังกา ประกอบด้วยชาวสิงหล และชาวทมิฬ เป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ มีประชากรร้อยละ 6 เท่านั้นที่เป็นชาวคริสต์คาทอลิก
สำหรับเหตุโจมตีด้วยระเบิดครั้งนี้ถือเป็นเหตุระเบิดโจมตีที่รุนแรงที่สุดในประเทศศรีลังกา นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองระหว่างชาวสิงหล ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และชาวทมิฬที่นับถือฮินดู เมื่อ 10 ปีก่อน หลายฝ่ายเชื่อว่า การที่คนร้ายพุ่งเป้าไปที่ชาวคริสต์คาทอลิก ซึ่งมีเพียง 6% อีกทั้งยังเลือกก่อเหตุในวันอีสเตอร์ จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งในอดีต