วันนี้ (23 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร ของรถโดยสารประจำทางที่จะเริ่มปรับขึ้นไปแล้ว แม้ก่อนหน้านี้ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ไปร้องที่ศาลปกครองเพื่อขอไต่สวนฉุกเฉิน ให้ระงับขึ้นค่าบริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งศาลปกครอง จะให้ทาง ขสมก.และ บขส. เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในวันที่ 24 เมษายนนี้
ด้าน นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง ระบุว่า ค่าโดยสารปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ที่ผู้ประกอบการรถร่วมต้องแบกรับภาระมาโดยตลอด หากไม่มีการปรับขึ้นโดยสารอีกอาจจะมีการยกเลิกการให้บริการเพิ่มขึ้น จากที่ยกเลิกไปแล้วกว่า 2,000 คัน
ทั้งนี้ส่วนมุมมองของนักวิชาการจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย หรือ TDRI มองว่า การขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ของไทย แตกต่างกับของต่างประเทศที่มีการปรับเป็นระยะ 1-2 เปอร์เซ็นต์ ในทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง แม้ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ราคาเชื้อเพลิงจะมีปรับตัวลดลง แต่ต้นทุนอื่น ๆ เช่น อัตราค่าแรง ค่าอะไหล่ซ่อมบำรุง อัตราเงินเฟ้อ ต่างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับราคาใหม่ก็มีความสอดคล้องกับต้นทุน สิ่งที่จำเป็นต้องทำในระยะยาวคือ กำหนดมาตรฐานการขึ้นราคาค่าโดยสารให้เป็นระบบ หากปีไหนต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ปรับขึ้นราคา แต่ถ้าปีไหนต้นทุนต่ำลง ก็ให้ปรับลดราคาลง ซึ่งเป็นแบบนี้ในหลายประเทศ
ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงนี้ ยังไม่เหมาะสมกับบรรยากาศทางเศรษฐกิจ ที่มีความผันผวนและยังไม่ฟื้นตัว เป็นการสร้างผลกระทบให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นอีกประมาณเดือนละ 300 บาท ขณะที่อัตราค่าแรงยังเท่าเดิม ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลต้องพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย