หลังมีข้าราชการและลูกจ้างที่พักอาศัยอยู่ภายในแฟลตที่พักของเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร ออกมาร้องเรียนและขอคำชี้แจงจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรณีใบแจ้งค่าไฟฟ้าของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มียอดค่าใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงถึง 27,269 บาท 39 สตางค์ จากปกติที่เคยจ่ายแค่เดือนละ 3,500 – 4,000 บาท เท่านั้น ขณะที่ค่าไฟฟ้าของเดือนเมษายน แจ้งยอดมา จำนวน 3,867 บาท 53 สตางค์ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้ใช้ไฟจึงเกิดความไม่เข้าใจว่าทำไมยอดค่าไฟเดือนมีนาคม ถึงพุ่งสูงกว่าปกติ
ล่าสุด นายสุระเจตต์ ละอองนวล หัวหน้าแผนกมิเตอร์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดยโสธร พร้อมช่างวิศวะกรไฟฟ้า ได้เข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของการใช้ไฟฟ้าที่มียอดค่าใช้ไฟที่เพิ่มสูงขึ้นในเดือนมีนาคม โดยได้นำเครื่องมือเข้าไปวัดค่าการใช้ไฟฟ้าและปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านมิเตอร์ของแต่ละห้องพักภายในแฟลตดังกล่าว จำนวน10 ห้อง 10 มิเตอร์ พบว่ามิเตอร์ในแต่ละห้องพักเป็นมิเตอร์เก่าที่ใช้มานานกว่า 20 ปี มิเตอร์บางตัวที่ยึดติดตั้งเริ่มชำรุดและห้อยเอียงจึงส่งผลให้การหมุนของมิเตอร์ทำงานไม่ปกติได้ ซึ่งมิเตอร์ที่ผิดปกติก็จะส่งผลกลับไปยังมิเตอร์ประธานทำให้ยอดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้
นอกจากนี้แล้วยังตรวจพบว่าที่บริเวณสายไฟฟ้าที่ต่อออกจากมิเตอร์ประธานซึ่งติดตั้งอยู่กับเสาไฟฟ้าริมถนนด้านหน้าอาคารมีร่องรอยของการเจาะสายไฟฟ้า จำนวน 2 เส้น และมีการนำเทปกาวสีดำไปพัดรอบเอาไว้เพื่อไม่ให้มองเห็นรอยเจาะจึงน่าเชื่อว่ามีคนลักลอบใช้ไฟฟ้าในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงในการจัดงานวันสถาปนาและงานกาชาดจังหวัดยโสธร และอาคารแฟลตที่พักดังกล่าวก็อยู่ใกล้กับบริเวณจัดงานอาจจะมีคนมาลักลอบใช้ไฟฟ้าได้ จึงเป็นสาเหตุให้มียอดค่าใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงผิดปกติ
โดยทางไฟฟ้าได้แนะนำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภายในแฟลตไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้ติดตามตัวผู้ลักลอบใช้ไฟมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากไฟฟ้าได้ผ่านมิเตอร์ไปแล้วจึงถือว่าเป็นสมบัติของผู้ใช้ไฟเอง ซึ่งทางผู้ใช้ไฟจะได้นำข้อมูลที่ได้ไปปรึกษากับทางผู้บริหารของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป