ไม่ว่าจะsiri จาก apple น้อง alexa จาก ค่ายamazon น้อง cortana จากค่าย ไมโครซอฟ รวมถึง ระบบ assistant ของกูเกิ้ล เริ่มใช้งานปุ๊ป เหมือนกันคือ AI เหล่านี้เสียงตั้งค่าตั้งต้น คือ เสียงผู้หญิง เเต่ที่ UNESCO กำลังมอง่า ไม่ ok คือ คำตอบของน้องๆ สามสี่คนนี้ เวลาโดนผู้ชาย คุกคาม ก่อนหน้านี้ไม่นาน ถ้าเราพูดกับ ระบบอันตโนมัติของ smart device ค่ายต่างๆ เเล้วด่าทอหุ่นยนต์เหล่านี้ เพื่อทดลอง หรือ ด้วยความคะนองก็ตามเเต่ สิ่งที่จะได้รับกลับมา
คือ การตอบในลักษณะที่ ไม่ได้ถือโกรธ คนที่ด่า ยกตัวอย่างจากรายงานของ UNESCO เช่น ถ้าด่าทอ siri ว่า เธอมันคือยัยสำส่อน สิริ ก็จะตอบว่า นี่ถ้าฉันหน้าเเดงได้ ก็คงจะหน้าเเดงไปเเล้ว หรือ alexa ของ amazon ก็จะบอกว่า ขอบคุณที่เเสดงความเห็น ซึ่งทางด้าน สำนักงานความเท่าเทียมกันทางเพศของ UNESCO บอกว่าสิ่งนี้ ไม่โอเค เพราะเท่ากับเป็นการนิ่งเฉย ต่อค่านิยมการคุกคามด่าทอผู้หญิง เเละ สิ่งที่ตามมาคือลักษณะเหมือนกับรับสภาพไม่ถือโทษโกรธของ AI เหล่านี้
เเต่จากการสำรวจ พบว่า ถ้าเป็นเสียงผู้หญิงที่เป็นคนต่อว่า AI เหล่านี้ จะมีการตอบกลับที่ต่างกัน คือ ยืนยันเพื่อศักดิ์ศรีตัวเองขึ้นมาอีกนิดนึง ด้าน Saniye Gülser Corat ผู้อำนวยการ ด้านความเท่าเทียมกันทางเพศของ UNESCO บอกว่า จริงๆ ควรจะต้อง เริ่มจากการ ถามผู้ใช้บริการก่อนเลย ว่า อยากได้ AI ผู้ช่วยนี้ เป็นหญิงหรือชาย ไม่ใช่ตั้งหญิงมาเป็น default เข้าหน้า สำหรับระบบปฏิบัติการ algorithm เหล่านี้ ผู้ที่สร้างวางระบบรู้ว่า มันจะไปอยู่ในมือของคนหลากหลายรูปเเบบ ทั้งที่คนที่ต้องการใช้ประโยชน์จริงๆ กับ คนบ้าที่นั่งทะเลาะกับ AI เพราะโกรธเจ้านาย เพราะฉะนั้นระบบดังกล่าวถูกตั้งมาให้ มีมีอารมณ์ หรือ ติดค้างอะไร หากโดนด่า โดนดูถูก โดนประชด เพราะคิดเล่นๆ ว่าถ้า AI เกิดยืนหยัดเพื่อมนุษย์เพศหญิงเเล้วด่ากลับ ไม่เเน่ใจว่าคนที่อยากใช้ต่อจะลดลงไหม