ความคืบหน้ากรณีโรงงานรีไซเคิล ที่ย่าน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ร้องเรียนผ่านทีมข่าวพีพีทีวี ว่ามีการปล่อยเขม่าสีดำสร้างผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของคนในชุมชน ซึ่งผลตรวจพบว่าเขม่าสีดำมีขนาดเล็กกว่าฝุ่นละออง PM 2.5 ทางอุตสาหกรรมสมุทรสาคร จึงได้สั่งโรงงานเป็นเวลา 30 วัน หลังใช้ถ่านหินประกอบธุรกิจซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัท หัวจง อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานรีไซเคิลประเภท 106 ประกอบกิจการผลิตสังกะสีจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ถูกเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร สั่งปิดเป็นเวลา 30 วัน
ทีมข่าวพีพีทีวีเข้าไปสำรวจพบว่า ล่าสุดโรงงานดังกล่าวได้หยุดกิจการแล้วและอยู่ระหว่างเร่งปรับปรุงภายในโรงงานหลายจุดตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะถูกบังคับใช้กฎหมาย ตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 39 เพื่อสั่งปิดโรงงานแบบถาวร
นายยี่หัว หวัง ชาวจีน เจ้าของโรงงานหัวจง อุตสาหกรรม จำกัด เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ขณะนี้ได้หยุดกิจการชั่วคราวตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่แล้ว และอยู่ระหว่างเร่งปรับปรุงอาคารจัดเก็บวัตถุดิบ เช่น ฝุ่นแดง ถ่านหิน สายพานลำเลียงวัตถุดิบและเตาเผา คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ส่วนจะกลับมาเปิดกิจการอีกได้หรือไม่ขึ้นอยู่การพิจารณาของทางเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร
ขณะที่เมื่อวานนี้ มูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “วิกฤตสิ่งแวดล้อมไทย ความล้มเหลวจากการควบคุมมลพิษอุตสาหกรรม” เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปรับปรุงกฎหมายการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษของไทย
โดยศาสตราจารย์ สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การปลดล็อคให้โรงงานอุตสากรรมเข้ามาตั้งในชุมชนได้ จากประกาศ คสช.ที่ 4 / 2559 ทำให้ขณะนี้เกิดผลกระทบกับชุมชนหลายพื้นที่ จึงอยากให้ทบทวนหรือยกเลิกคำสั่งดังกล่าว
ขณะที่เครือข่ายภาคประชาสังคมด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้มาตรการควบคุมมลพิษและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาหลายฝ่ายมองว่า พ.ร.บ.โรงงานเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่าการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมามีชาวบ้านหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม และได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก