วันนี้ (15 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านรายหนุ่ง เล่าว่า บัตรใบนี้มีชายหญิงจำนวน 4 คน นั่งรถเก๋งเข้ามาขายให้ในหมู่บ้านเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ในราคา 1,500 บาท โดยอ้างว่า นำมาไปใช้แล้วจะมีพลังอย่างไม่เคยมีมาก่อน เป็นเทคโนโลยีต่างประเทศ โดยหลังจากตัดสินใจซื้อบัตรนี้มา ได้ทดลองใช้กับตัวเอง และยังนำไปใช้กับสามีที่มีอาการปวดขา ซึ่งครั้งแรกที่ใช้ก็รู้สึกว่าดีขึ้น แต่เมื่อนานไปอาการป่วยก็กลับมาเหมือนเดิม และเมื่อทราบข่าวในช่วงหลายวันนี้ ก็ไม่คิดจะใช้บัตรอีก
นอกจากนี้ ชาวบ้านใน อำเภออุบลรัตน์ อีกรายหนึ่ง ที่นอกจากจะตัดสินใจซื้อบัตรพลังงาน ยังได้ร่วมอบรมกับตัวแทนจำหน่าย ที่ห้องประชุมในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยในที่ประชุมมีการนำเสนอวีดีทัศน์ของคนที่ใช้แล้วได้ผลให้ชาวบ้านดู และมีพิธีกรทดลองโดยดื่มน้ำจากบัตร และสวมบัตรก่อนให้ชาวบ้านที่มาอบรมดึงให้ล้ม แต่ก็ไม่มีใครทำให้พิธีกรล้มได้จึงหลงเชื่อ ส่วนใครมาอบรมจะสามารถซื้อบัตรได้ในราคา 1,100 บาท จากราคาเต็ม 1,500 บาท
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น สอบปากคำชาวบ้านใน อำเภออุบลรัตน์ เพื่อรวบรวมข้อข้อเท็จจริงทั้งหมด เบื้องต้นตำรวจระบุว่าทราบตัวคนที่มาอบรมวันนั้นทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นที่บัตรมีหลายแบบ จะเกิดจากกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะจากการสืบสวนทราบว่าบัตรนี้ถูกกระจายขายในพื้นที่มาระยะหนึ่ง แต่เบื้องต้นยังไม่เจ้าทุกข์เข้าแจ้งความกับตำรวจ
สสจ.สงขลา เผยบริษัท "บัตรพลังงาน" เคยถูกจับมาแล้ว
ด้านสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การทำงานระหว่างตำรวจกับฝ่ายปกครองมีข้อสรุปแล้วว่า บัตรเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติรักษาโรคตามที่กล่าวอ้าง โดยวันที่ 17 มิ.ย. นี้ เจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดขอนแก่นจะรวบรวมข้อมูลผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง