สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เผยรายงานแนวโน้มผู้ลี้ภัยโลกประจำปี พบว่า เมื่อปีที่แล้ว ทั่วโลกมีคนพลัดถิ่นจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อหนีภัยสงคราม ความรุนแรง การกดขี่ หรือการข่มเหงรังแก กว่า 70 ล้าน 8 แสนคน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 37,000 คน ซึ่งอาจยังไม่รวมผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยตกสำรวจอีกเป็นจำนวนมาก นับเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มากกว่าจำนวนประชากรไทยทั้งประเทศ และมากกว่าตัวเลขของปีที่แล้วถึง 2 ล้าน 3 แสนคน
รายงานฉบับนี้แยกผู้พลัดถิ่นออกเป็น 3 ประเทศ คือ ผู้พลัดถิ่นในประเทศ ผู้ลี้ภัย และผู้ขอลี้ภัย โดยประเทศที่มีผู้พลัดถิ่นมากที่สุด คือ ซีเรีย คิดเป็น 2 ใน 3 ของจำนวนผู้พลัดถิ่นทั่วโลก ตามด้วยอัฟกานิสถาน ซูดานใต้ เมียนมาร์ และโซมาเลีย
นายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ UNHCR ระบุว่า กล่าวว่า ปัญหาผู้พลัดถิ่นมีแนวโน้มจะแย่ลงอีกในปีนี้ เพราะในขณะที่ผู้ลี้ภัยเดิมยังกลับบ้านไม่ได้ จำนวนผู้ลี้ภัยใหม่ก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ มีชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากที่อพยพออกจากประเทศ เพื่อหนีวิกฤตเศรษฐกิจ ภาวะขาดแคลนอาหารและสิ่งจำเป็นในชีวิต