เราคงต้องยอมรับว่าหนึ่งในระบบการขนส่งระยะไกลข้ามจังหวัด ที่เป็นกระดูกสันหลังของระบบโลจิสติกส์ประเทศไทย ยังต้องพึ่งพาการเดินทางด้วยรถไฟ ทั้งการเดินของผู้โดยสาร จนไปถึงการขนส่งสินค้าทางรางที่มีสัดส่วน 1.43% ของการส่งสินค้าทั้งหมด และหนึ่งสายการเดินรถที่สำคัญ คงหนีไม่พ้นรถไฟสายใต้ที่เป็นการเชื่อมโยงจากศูนย์กลางของประเทศไปยังพื้นที่ภาคใต้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงมีการพัฒนาโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ เพื่อขยายขีดความสามารถของการเดินทางลงใต้
โดยช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 12,650 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 ช่วงประจวบคีรีขันธ์-บางสะพานน้อย ระยะทาง 88 กิโลเมตร ราคากลางอยู่ที่ 6,579 ล้านบาท และสัญญาที่ 2 ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร ระยะทาง 80 กิโลเมตร โดยมีราคากลางอยู่ที่ 6,071 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้โครงการก่อสร้างมีความคืบหน้า 22% แล้ว แต่มีความล่าช้ากว่าแผน 4% เนื่องจากติดปัญหาการเวนคืนพื้นที่บางระยะและการก่อสร้างบริเวณคลองที่จะต้องปรับแบบการก่อสร้าง
โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเข้าสู่แผนการก่อสร้างได้ในช่วง 3-4 เดือน และจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จในช่วงปี 2564 พร้อมทำการทดสอบระบบ เปิดให้บริการช่วงต้นปี 2565 ขณะที่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 24,000 ล้านบาท ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เสนอไปยังกระทรวงคมนาคม พร้อมกับเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ซึ่งหากรถไฟรางคู่สายใต้แล้วเสร็จ ยังถือเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง เพราะสามารถลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพถึงปลายทางจังหวัดชุมพร ที่ปกติใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง จะลดเหลือไม่เกิน 6 ชั่วโมง สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่นิยมเดินทางด้วยรถไฟ เพราะถือเป็นการนอนพักผ่อนยามค่ำคืน ดื่มด่ำบรรยากาศรถไฟไทยไปในตัว และพร้อมท่องเที่ยวในยามเช้าเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ในอนาคตทางการรถไฟยังจะปรับปรุงภูมิทัศน์ของสถานีให้อำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
รถไฟรางคู่นั้นหากพัฒนาทั้งระบบแล้วจะเป็นยกระดับระบบขนส่งมวลชนของไทย ทั้งระบบขนส่งผู้โดยสาร ที่จะมีความเร็วเฉลี่ยของขบวนรถเพิ่มขึ้น จาก 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จำนวนผู้โดยสารระยะเร่งด่วน 35 ล้านคน ต่อปี จำนวนผู้โดยสารระยะที่สอง 80 ล้านคน ต่อปี ส่วนรถไฟขนส่งสินค้า ความเร็วเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 39 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปริมาณการขนส่งสินค้าทางราง จาก 20 ล้านตันต่อปี เป็น 30 ล้านตันต่อปี
กมลธร โกมารทัต รายงาน