รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ แจ้งว่า เป็นที่แน่ชัดว่ากลุ่มสามมิตร ที่มี ส.ส. 30 คน ถูกเฉือนโควต้า 1 เก้าอี้ คือนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ที่มีโผมาโดยตลอดว่าจะเป็นรมช.คลัง แต่ไปไม่ถึงดวงดาวเนื่องจากไม่ได้รับเอกสารกรอกประวัติรัฐมนตรี
ล่าสุดกลุ่มสามมิตรก็เครียดอีกครั้งถึงกลับต้องมีการทบทวนการร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะมีนอกจากนายอนุชาจะโดนกระทำแล้ว นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีชื่อเป็น รมว.อุตสาหกรรม ได้รับคำสั่งจากผู้มีบารมีในรัฐบาล ให้มาพูดคุยสลับเก้าอี้ กับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับปากที่จะให้รับผิดชอบงาน ในกระทรวงพลังงาน ทำให้กลุ่มสามมิตรไม่พอใจอย่างมาก แม้จะมีการหารือในกับผู้มีบารมีนอกพรรคถึงเหตุผลขอสลับเก้าอี้ ในช่วงเวลาที่ต้องกรอกเอกสาร ประวัติรัฐมนตรีเพื่อเตรียมทำขึ้นทูลเกล้าฯ
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า การสลับตำแหน่งนายสุริยะ จากรมว.พลังงาน ไปเป็นรมว.อุตสาหกรรม นั้นจะทำให้เกิดปัญหาและรอยร้าวภายในพรรคอย่างแน่นอน เนื่องจาก กลุ่มสามมิตร มีส.ส. 30 คน และยอมรับได้หากจะตัดชื่อนายอนุชา ออกจาก รมช.คลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาลโดยยังคง 2 ตำแหน่ง คือ นายสุริยะ เป็นรมว.พลังงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รมว.ยุติธรรม แต่ในขณะที่กลุ่มกปปส.มีส.ส. 10 คน ได้ 2 เก้าอี้รัฐนตรี คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็น รมว.ศึกษาธิการ และ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่กลุ่มอื่นๆ อาทิ กลุ่มส.ส.ภาคใต้ กลุ่มส.ส.ภาคกลาง รวมถึงร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ต่างก็ยอมเสียสละให้ทั้งๆที่มีส.ส.มากกว่า 10 คน
“ทางกลุ่มสามมิตรโดยเฉพาะนายสุริยะ จะรอดูท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดและเคยรับปากในตำแหน่ง ถือเป็นการให้สัจจะชายชาติทหาร แต่เมื่อมากลับคำพูดแบบนี้ ทางกลุ่มก็พร้อมทบทวนท่าทีการทำงานกับพรรค เพราะถือว่าไม่รักษาคำพูด”แหล่งข่าวระดับสูง กล่าว